The Secret Life of Daniel Ek ผู้ปลุกวงการเพลงให้รุ่งโรจน์อีกครั้งด้วย Spotify

the secret life of daniel ek open

ตลอดเวลาที่ผ่านมา บุคคลที่มีอิทธิพลในวงการเพลงมักมาจาก 2 มุมของโลก ไม่จากฝั่งอังกฤษก็เป็นฝั่งอเมริกา เราเคยดื่มด่ำไปกับบทเพลงของวงดนตรีจากเมืองลิเวอร์พูลอย่างเดอะ บีทเทิลส์ (The Beatles) แล้วเราก็เคยสนุกสนานไปกับท่าเต้นของราชาเพลงป๊อปอย่างไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) แต่หลังจากวงการเพลงต้องซบเซาอยู่นานเพราะการเติบโตขึ้นของอินเทอร์เน็ต ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากอังกฤษและอเมริกากลับปลุกทั้งวงการให้รุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง ชายผู้นั้นก็คือ แดเนียล เอ็ก (Daniel Ek)

 

โปรแกรมเมอร์ดาวรุ่งจากสแกนดิเนเวีย

แดเนียล เอ็ก (Daniel Ek) เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1983 ในย่านร็อคสเวด เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน พ่อแท้ๆ ของเขาจากไปตั้งแต่เขายังเล็กมาก ส่วนพ่อเลี้ยงของเขาทำงานอยู่ในแวดวงไอที แดเนียลเติบโตมาในครอบครัวนักดนตรี คุณยายของเขาเป็นนักร้องโอเปร่า ส่วนคุณตาก็เป็นนักเปียโน แดเนียลเริ่มหัดเล่นดนตรีตั้งแต่อายุน้อยๆ เขาได้กีตาร์ตัวแรกมาตอนเขาอายุแค่ 5 ขวบเท่านั้น

เมื่อพ่อเลี้ยงเก่งไอที แถมคนในครอบครัวก็เก่งดนตรี แดเนียลจึงมีทักษะทั้ง 2 อย่างนี้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนเขาอายุ 14 ปี เขาก็เริ่มรับจ้างเขียนเว็บไซต์ แต่แทนที่แดเนียลจะคิดราคาค่าตัวตามราคาตลาด เขากลับกดค่าแรงลงแบบสุดๆ ลูกค้าหลายเจ้าจึงพากันจ้างแดเนียลให้เขียนเว็บไซต์ จนเขาต้องระดมแรงเพื่อนๆ มาช่วยกันรับงานโดยตัวเขาจะสอนวิธีต่างๆ ให้ทุกคน วิธีของแดเนียลสามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้มากถึง 15,000 ดอลลาร์ต่อเดือนเลยทีเดียว

แดเนียลเมื่อค้นหาตัวเองเจอแล้วว่าเขาถนัดอะไร เขาจึงมุ่งหน้าหาความรู้เกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตใส่ตัวให้มากที่สุด ครั้งหนึ่งตอนแดเนียลอายุ 16 ปี เขาเคยลองสมัครงานที่กูเกิลมาแล้ว แต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาอย่างสุภาพ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ไว้คุณเรียนจบก่อน ค่อยมาสมัครงานใหม่อีกครั้งแล้วกัน”

หลังเรียนจบระดับมัธยมปลาย แดเนียลเลือกเรียนต่อในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งสวีเดน แต่พอเรียนไปได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าหลักสูตรที่เรียนมันก็แค่ทฤษฎีจากตำรา แดเนียลจึงตัดสินใจพักเรื่องเรียนเอาไว้ก่อน แล้วหันมาทำงานอย่างจริงจังแทน

จากนั้นหน้าที่การงานของเขาก็ไปได้สวยสุดๆ แดเนียลเคยเป็นประธานฝ่ายเทคนิคให้กับบริษัทเกี่ยวกับเกม เคยเขียนโปรแกรมให้กับบริษัทโฆษณาที่ชื่อ เทรดดับเบลอร์ จนบริษัทต้องขอซื้อลิขสิทธ์ไปจากเขา นอกจากนี้แดเนียลยังมีบริษัทโฆษณาออนไลน์ของตัวเองในชื่อ Advertigo ซึ่งเขาขายบริษัทนี้ในปี 2006 หลังจากขาย Advertigo แดเนียลยังเคยเป็น CEO ช่วงสั้นๆ ของมิวทอร์เรนท์ (µTorrent) โปรแกรมโหลดบิททอร์เรนท์ชื่อดังที่ก่อตั้งโดยลุดวิก สตริเจียส อีกด้วย

ตอนนี้แดเนียล เอ็กในวัยเพียง 23 ปีได้กลายมาเป็นเศรษฐีหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งสวีเดนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ชีวิตที่ดำดิ่งสู่ความมืด

หลังจากแดเนียลขายบริษัทโฆษณาออนไลน์ Advertigo ไป เงินมหาศาลที่เขาได้มาแทนที่จะสร้างชีวิตอันแสนสุขสบายมันกลับนำพาเขาไปสู่หายนะ

แดเนียลเริ่มกลายเป็นหนุ่มนักเที่ยว เขาซื้อรถเฟอร์รารีสีแดงแล้วเริ่มออกเที่ยวตามไนต์คลับหรูๆ ในเมืองสตอกโฮล์มเป็นประจำ เขาใช้จ่ายเงินหนักมือแบบไม่ทันยั้งคิดแถมยังเปลี่ยนสาวข้างกายนับไม่ถ้วน ในที่สุดชีวิตของเขาก็พังทลายเพราะสิ่งมอมเมาพวกนี้

แดเนียลต้องจมอยู่กับโรคซึมเศร้าอย่างแสนสาหัส สุดท้ายแล้วเขาก็ทิ้งทุกอย่างแล้วย้ายตัวเองไปอยู่กลางป่าไม่ไกลจากบ้านพ่อแม่ของเขานัก ที่นี่เองทำให้แดเนียลกลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เขากลับมาเล่นกีตาร์อีกครั้งแล้วจู่ๆ ความคิดที่อยากจะเป็นนักดนตรีก็ผุดขึ้นมา

 

ชายผู้กอบกู้ชีวิตอันหลงทาง

เมื่อครั้งที่แดเนียลต้องจมอยู่กับโรคซึมเศร้าในบ้านกลางป่า ชายคนหนึ่งที่เคยเป็นผู้ร่วมงานเก่าได้กลับเข้ามาเป็นเพื่อนเขา ชายผู้นี้ก็คือ มาร์ติน ลอเรนต์ซอน ประธานบริษัทโฆษณาเทรดดับเบลอร์ แม้มาร์ตินจะแก่กว่าแดเนียลถึง 15 ปี แต่อายุไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับมิตรภาพดีๆ อยู่แล้ว

daniel ek 04
มาร์ติน ลอเรนต์ซอน ประธานบริษัทโฆษณาเทรดดับเบลอร์ เพื่อนคนสำคัญของแดเนียล เอ็ก (ขอบคุณภาพจาก startupik.com)

 

มาร์ตินเคยผ่านประสบการณ์ในซิลิคอนวัลเลย์มาก่อน บริษัทเทรดดับเบลอร์ของเขาเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2005 ซึ่งมันทำเงินให้เขามากกว่า 70 ล้านดอลลาร์ พอได้เงินก้อนใหญ่มามาร์ตินก็ค่อยๆ ถอยตัวเองออกจากงานบริหารจนทำให้เขารู้สึกเบื่อ แต่มิตรภาพระหว่างมาร์ตินและแดเนียลกลับช่วยเยี่ยวยาให้ทั้งคู่ดีขึ้นมาก แดเนียลและมาร์ตินชอบหาเวลาว่างๆ ดูหนังพร้อมกัน พวกเขาเคยบ้าๆ นั่งดูหนัง เดอะ ก็อด ฟาเธอร์ แบบมาราธอนจนจบทั้ง 3 ภาคด้วยซ้ำ

หลังจากใช้ชีวิตแบบหลงทางไปพักใหญ่ แดเนียลที่ได้สติกลับมาก็เริ่มอยากเป็นนักดนตรี แต่เขาก็หนีทักษะอีกด้านที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่าง “เทคโนโลยี” ไม่พ้น ยิ่งแดเนียลได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับมาร์ตินมากขึ้น ทั้งคู่ก็เริ่มอยากมีโปรเจคอะไรสักอย่างที่จะพลิกโฉมหน้าวงการเพลงที่โดนภัยร้ายจากอินเทอร์เน็ตในการโหลดเพลงแบบผิดลิขสิทธิ์ไปฟังกันฟรีๆ เล่นงานเข้าอย่างจัง

แดเนียลให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในหนังสือเรื่อง ทำถูกครั้งเดียว อนาคตเปลี่ยนทั้งชีวิต ว่า “ผมหงุดหงิดมากที่วงการเพลงกำลังดิ่งลงเหว ถึงแม้ว่าคนจะฟังเพลงมากขึ้นและหลากหลายขึ้นก็ตาม”

ในที่สุดทั้งคู่ก็ซุ่มทำโปรเจคที่เรียกว่า “สปอตติฟาย” (Spotify) ขึ้นมา

 

ก่อตั้งสปอตติฟาย

แดเนียลและมาร์ตินก่อตั้งสปอตติฟายในปี 2006 ส่วนสำนักงานของพวกเขาก็ตั้งอยู่ที่เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน พวกเขาออกแบบสปอตติฟายโดยใช้ไอทูนส์ของแอปเปิลเป็นต้นแบบ เป้าหมายของสปอตติฟายไม่ใช่เงินหรือชื่อเสียงใดๆ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่แดเนียลและมาร์ตินต้องการ พวกเขามีเป้าหมายใหญ่กว่านั้น นั่นก็คือ “เปลี่ยนแปลงวงการเพลง”

ย้อนกลับไปในสมัยนั้น การเติบโตของอินเทอร์เน็ตได้เล่นงานวงการเพลงจนน่วม ผู้คนต่างพากันโหลดเพลงแบบผิดลิขสิทธิ์ฟังกันฟรีๆ จนเคยชิน ซึ่งมันส่งผลต่อแวดวงธุรกิจเพลงเป็นอย่างมาก แต่แดเนียลอยากเปลี่ยนความคิดนี้เสียใหม่ เขาอยากให้ทุกคนคนได้ฟังเพลงกันฟรีๆ แบบถูกลิขสิทธิ์โดยไม่ต้องโหลดฟังทีละเพลง แต่ศิลปินหรือค่ายเพลงก็ต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกลับไปเช่นกัน ดังนั้นสิ่งแรกที่แดเนียลต้องทำก็คือ “การเข้าไปเจรจากับค่ายเพลงเพื่อซื้อลิขสิทธิ์”

แผนการเข้าไปเจรจากับค่ายเพลงของแดเนียลล้มเหลวไม่เป็นท่า จนเขาต้องกลับมาทบทวนแผนกันใหม่ ครั้งหนึ่งแดเนียลเคยใส่เพลงแบบผิดลิขสิทธิ์ลงไปในสปอตติฟายแล้วส่งตัวอย่างแอพพลิเคชั่นไปให้ผู้บริหารของค่ายเพลงได้ลองใช้ ซึ่งแผนใหม่ของเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

กว่าสปอตติฟายจะพร้อมเปิดตัวก็กินเวลาไปนานถึง 2 ปี ในที่สุดสปอตติฟายก็เปิดให้บริการครั้งแรกในประเทศแถบยุโรปก่อนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2008 โดยมีเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ให้เลือกฟังมากถึง 50 ล้านเพลง

daniel ek 06

 

ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์อันดับ 1 ของโลก

หลังจากสปอตติฟายเปิดตัวครั้งแรกในยุโรปเมื่อปี 2008 อีก 3 ปีต่อมาพวกเขาก็เปิดให้บริการในอเมริกาได้สำเร็จ หลายคนที่ได้ลองใช้สปอตติฟายต่างติดใจในความเรียบง่ายและความรู้ใจของมันมาก ผู้ใช้งานสามารถเลือกเพลงฟังได้หลากหลายแนวในคลังเพลงที่มี แถมมันยังมีระบบแนะนำเพลงใหม่ๆ ที่ว่ากันว่า “รู้ใจเรายิ่งกว่าตัวเองเสียอีก” แม้กระทั่งมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก CEO จากเฟซบุ๊คก็เป็นอีกคนที่หลงรักเจ้าสปอตติฟายนี้เช่นกัน

จากข้อมูลล่าสุดในเดือนตุลาคม 2019 สปอตติฟายมีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากถึง 248 ล้านคน และมีผู้ใช้งานถึง 113 ล้านคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกแบบรายเดือน ด้วยตัวเลขผู้ใช้งานที่มหาศาลขนาดนี้ สปอตติฟายจึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์อันดับ 1 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย

daniel ek 03
หน้าตาเว็บไซต์พร้อมกับโปรโมชั่นสุดยั่วยวนของ Spotify

 

Daniel Ek ผู้ปลุกวงการเพลงให้รุ่งเรืองอีกครั้ง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป้าหมายแรกสุดของแดเนียลและมาร์ตินที่จะสร้างโปรเจคอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงวงการเพลงนั้น มันจะกลายเป็นความจริงได้รวดเร็วเพียงนี้

หลังการเปิดตัวในปี 2008 สปอตติฟายสามารถพลิกตัวเลขที่มีแต่จะตกต่ำลงของวงการเพลงในสวีเดนได้อย่างน่ามหัศจรรย์ จนกระทั่งในปี 2011 วงการเพลงของสวีเดนก็มีตัวเลขกำไรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1993 เลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาประเทศสวีเดนเองจะเป็นศูนย์กลางของเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม

แม้ยังมีศิลปินบางส่วนที่อาจไม่เห็นด้วยกับแนวทางของสปอตติฟายจนไม่ยอมปล่อยลิขสิทธิ์เพลงของตนออกมา แต่มีการคาดการณ์ว่าตั้งแต่เปิดให้บริการมาสปอตติฟายได้จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์เพลงให้กับค่ายเพลงและศิลปินไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ในปี 2017 สื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Billboard จึงยกย่องให้แดเนียล เอ็ก เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการเพลงอีกด้วย [1]

 

ชีวิตแห่งความสุขของ Daniel Ek แห่ง Spotify

ความสำเร็จของสปอตติฟายครั้งนี้ไม่ได้ฉุดดึงแดเนียลไปสู่เรื่องร้ายๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งเขายังเป็นวัยรุ่นอีกต่อไป เขาเติบโตขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น และมีความสุขกับชีวิตครอบครัวที่แสนจะสมบูรณ์แบบเสียที

แดเนียลจัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกของทะเลสาบโคโม่ในประเทศอิตาลีเมื่อปี 2016 เจ้าสาวแสนสวยของเขาชื่อว่า โซเฟีย เลแวนเดอร์ ภายในงานมีนักร้องเจ้าเสน่ห์อย่างบรูโน่ มาร์ส (Bruno Mars) มาร้องเพลงให้แขกในงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชายที่ชอบสปอตติฟายมากๆ อย่างมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก มาร่วมงานด้วย

daniel ek 05
งานแต่งงานสุดโรแมนติกของแดเนียล และโซเฟีย (ขอบคุณภาพจาก Insider.com)

 

หนังสือที่คุณอาจสนใจ

เจาะลึกบทเรียนล้ำค่าที่ถูกเก็บเป็นความลับเฉพาะในหมู่นักธุรกิจและนักลงทุน ส่งตรงจากศูนย์กลางสตาร์ทอัพอันดับ 1 ของโลก

  • Airbnb บริษัทที่เคยขายอาหารเช้า แต่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสจนปฏิวัติวงการโรงแรมได้
  • Dropbox บริการฝากไฟล์ออนไลน์ที่ล้มผลิตภัณฑ์ของสตีฟ จอบส์ มาแล้ว
  • Twitch แพลทฟอร์มสตรีมเกมที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ แต่ทะยานสู่อันดับ 1 ภายใน 2 ปี

บริษัทเหล่านี้เปลี่ยนจากธุรกิจเล็กๆ เป็นยักษ์ใหญ่สะเทือนวงการได้ในเวลาอันสั้น แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า พวกเขาเป็นศิษย์ที่ร่ำเรียนมาจากสำนักเดียวกัน และคุณก็เรียนรู้วิธีคิดของพวกเขาได้ในหนังสือขโมยวิธีคิดสุดเจ๋ง จากสุดยอดโรงเรียนสอนสตาร์ทอัพ

พบกับหนังสือแปลจากญี่ปุ่น “เปลี่ยนคนธรรมดาให้มีหัวธุรกิจใน 3 ชั่วโมง” ซึ่งรวม “ทุกวิธีคิด” ในโลกธุรกิจไว้ครบในที่เดียว ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดที่ทันสมัยที่สุด  แค่ใช้เวลาอ่านไม่นาน คุณจะพัฒนาจากคนที่เริ่มต้นเรียนรู้ เป็นคนที่เข้าใจธุรกิจได้ลึกซึ้ง พร้อมเข้าใจการเงิน กลยุทธ์ และการตลาดของบริษัทต่างๆ ได้สบาย เหมาะกับทั้งคนที่เริ่มสนใจธุรกิจ และคนที่อยากเติมความรู้เก่าให้ครบถ้วน

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *