“ลงทุน DCA” ยังไง 4 ขั้นตอน พร้อมสอนเลือกหุ้น ซื้อตัวไหนดี?

วันนี้เราจะมารู้จักการ “ลงทุนซื้อหุ้นแบบ DCA” (Dollar-Cost Averaging) ซึ่งถือเป็นวิธีลงทุนที่นิยมมากในปัจจุบัน พร้อมดูกันชัดๆ ไปเลยว่า “ซื้อตัวไหนดี”

การลงทุนแบบ DCA เป็นหนึ่งในวิธีลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด มันจึงเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูหุ้นมาก และอยากได้เทคนิคลงทุนหุ้นที่ใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลดี โดยทางเลือกหนึ่งก็คือ “ลงทุนแบบ DCA” นั่นเอง

แต่ถึงแม้การลงทุนแบบ DCA จะช่วยให้เราทำกำไรจากหุ้นได้ง่ายๆ มันก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ที่จริงยังมีการลงทุนแนวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งผมสรุปไว้เป็น 4 สไตล์การลงทุนหลักในโลก แล้ว

สำหรับวันนี้ เราจะมาดูวิธีลงทุนแบบ DCA ก่อนนะครับ

 

การลงทุนซื้อหุ้นแบบ DCA คืออะไร?

ลงทุน DCA ยังไง ซื้อตัวไหนดี?

การลงทุนแบบ DCA คือการที่เราแบ่งเงินเท่าๆ กันทุกเดือน มาซื้อหุ้นที่เราเล็งไว้ โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะขึ้นหรือจะลง

ซื้อไปเรื่อยๆ เหมือนหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมไว้เลยครับ

เช่น เราอาจเล็งหุ้น A เอาไว้ จากนั้นเราก็เอาเงินเดือนไปซื้อหุ้น A ตัวนี้เดือนละ 5000 ทุกเดือน ต่อเนื่องกัน 10 ปี

จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าๆ เงินก้อนนี้ที่เราไปซื้อหุ้นไว้ ก็จะเติบโตงอกเงยไปพร้อมกับหุ้นของเรา กลายเป็นฐานเงินก้อนใหญ่ที่เราฝากชีวิตไว้ได้ และสร้างอิสรภาพทางการเงินให้กับเรา

ข้อดีของการซื้อหุ้นแบบ DCA คือ

  1. เงินงอกเงย จริงๆ แล้วไอ้ DCA มันก็เหมือนการออมเงินรูปแบบหนึ่งนั่นเองครับ แต่แทนที่เราจะเอาไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ย 0.25% เราก็เอาไปซื้อหุ้นดีๆ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% เพื่อให้เงินของเรางอกเงยไปด้วย
  2. มั่นใจว่าซื้อหุ้นในราคาไม่แพงเกินไป ตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่เหมือนเสื้อผ้าลดราคา บางทีเราคิดว่าเราซื้อได้ถูกแล้ว วันรุ่งขึ้นมันลดราคาเพิ่มอีก! กลายเป็นว่าถูกแล้วมีถูกกว่า ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดปัญหา เราก็ซื้อมันซะทุกเดือนเท่าๆ กัน เราจึงซื้อได้ในราคาเฉลี่ย ไม่ซื้อแพงไป ไม่ซื้อถูกไป และในระยะยาวหุ้นมันก็ขึ้นไปเอง
  3. มีวินัย การที่เรามีระบบการซื้อหุ้นที่ดี จะช่วยบังคับให้เรายึดมั่นทำสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ แม้ในวันที่เราอยากเอาเงินไปใช้ หรือในวันที่ตลาดหุ้นตกจนเราท้อใจ

 

4 ขั้นตอนลงทุนหุ้นแบบ DCA

ลงทุน DCA ยังไง ซื้อตัวไหนดี? 2

ผมได้สรุปให้คุณง่ายๆ แล้วครับว่าเราจะลงทุนซื้อหุ้นแบบ DCA ได้ยังไง เป็น 4 ขั้นตอนให้ทำตามได้เลย

 

1. เลือกหุ้นก่อน ว่าจะเอาตัวไหน

ขั้นตอนนี้เป็นเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าคุณผิดตรงนี้ ทุกสิ่งที่คุณทำถัดจากนี้จะเละเทะหมด

ห้าม DCA หุ้นที่ไม่ชัวร์เด็ดขาด เพราะอาจมีอะไรพลิกผัน ทำให้เงินที่เราลงไปเสียหายได้

คนที่ยังเลือกหุ้นไม่เป็น จะต้องศึกษาวิธีเลือกหุ้นก่อนซื้อนะครับ ตรงนี้สำคัญมากๆ เพราะถ้าเราซื้อหุ้นโดยขาดความรู้ เราอาจลงทุนผิดพลาด จนขาดทุนเสียหายหนักก็ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณเลือกหุ้นได้ดี หุ้นที่คุณ DCA มาก็จะเติบโตได้เร็ว และมีราคาสูงขึ้นกว่า “หุ้นปกติ” ได้หลายเท่า

ลองเริ่มจากหนังสือลงทุนดีๆ ก่อนครับ เพราะหนังสือเป็นช่องทางที่เราจะเข้าถึงแนวคิดในการลงทุนของนักลงทุนเก่งๆ ของโลกได้ง่ายที่สุด ไม่มีนักลงทุนระดับโลกคนไหนจะมาอธิบายเทคนิคของตัวเองอย่างละเอียดในยูทูป แต่ถ้าเขาอยากถ่ายทอดจริงๆ เขามักเขียนเป็นหนังสือไปเลย

คนที่ไม่รู้จะเริ่มอ่านจากไหน ผมได้สรุปหนังสือลงทุนดีๆ ที่ควรอ่าน ให้คุณแล้วครับ

แต่ปัญหาของหลายๆ คนคือ หนังสือแต่ละเล่มนั้นใช้เวลาอ่านเยอะ แถมทำความเข้าใจยาก อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง กว่าจะอ่านครบแล้วเชื่อมโยงแต่ละเล่มเข้าด้วยกันก็กินเวลานาน (เล่มนึงบางทีอ่านเป็นสัปดาห์ เล่มหนาๆ ก็เป็นเดือน)

แนวคิดบางอย่างก็อยู่ในบริบทของต่างประเทศและเกิดขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงยากที่จะทำความเข้าใจ บิงโกจึงมีคอร์สลงทุนที่ช่วยเรียบเรียงลำดับความคิดเรื่องการลงทุนทั้งหมดให้คุณ ดูรายละเอียดคอร์สด้านล่างได้เลยครับ

ดูรายละเอียด

ถ้าเลื่อนไปอ่านต่อด้านล่าง ผมจะอธิบายละเอียดยิบถึงวิธีเลือกหุ้นในการ DCA นะครับ แต่ถ้าเอาน้ำจิ้มๆ ก่อนก็คือ เราควร DCA หุ้นที่ธุรกิจแข็งแกร่งมั่นคง มั่นใจได้ว่าอีก 10 ปีก็ไม่เจ๊ง และจะเติบโตไปได้เรื่อยๆ

นอกจากนี้ อย่า DCA หุ้นแค่ตัวเดียว เราควรมีหุ้นในพอร์ตสัก 3-10 ตัวเพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างพอดีครับ

 

2. มีวินัย ซื้อตลอด ห้ามขาด

กำหนดให้ชัดเจนว่าจะซื้อหุ้นอะไร เดือนละเท่าไร แล้วซื้อตลอด ห้ามขาดคือห้ามขาดจริงๆ

  • เกิดวิกฤติเศรษฐกิจก็ซื้อต่อไป
  • ตลาดหุ้นจะตกหนัก ตัวแดงเถือกทุกบรรทัดก็ซื้อต่อไป
  • เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 อเมริกาปิดช่องแคบไต้หวัน จีนทิ้งระเบิดที่ฮาวาย ก็ยังซื้อ

เราต้องมั่นใจว่าหุ้นที่เราเลือกมานั้นมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และจะฟื้นขึ้นมาได้ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน

มีกรณีเดียวที่เราจะเลิกซื้อหุ้นตัวนั้น นั่นคือ หุ้นตัวนี้พื้นฐานทางธุรกิจเปลี่ยน จนไม่แข็งแกร่งมั่นคงดังเดิม

 

3. ติดตามผลประกอบการของหุ้นที่เราซื้อ

โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไวมาก สิ่งที่ไม่เคยมีก็กลายเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เคยดีก็กลายเป็นไม่ดี สิ่งที่เคยไม่ดีก็สูญพันธุ์ไปเลย

ดังนั้น ถึงแม้คุณจะซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะแข็งแกร่งไปตลอด

พอคุณลงทุน จึงต้องคอยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับหุ้นของคุณด้วย เผื่อว่าธุรกิจมันเปลี่ยนไป คุณจะได้ขายหุ้นตัวนั้น แล้วเปลี่ยนมา DCA หุ้นตัวอื่น

  • บางคนดูทุก 3 เดือน (ทุกไตรมาส)
  • บางคนดูทุก 6 เดือน
  • บางคนดูปีละครั้ง

อันนี้แล้วแต่คุณเลย ยิ่งดูบ่อยก็ยิ่งดี แต่ก็ไม่ควรไปกินเวลาชีวิตส่วนอื่นของเรามากเกินไปครับ

 

4. ปรับพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อคุณลงทุน DCA ไปเรื่อยๆ คุณก็จะพบว่ามีหุ้นบางตัวที่คุณคิดว่าไม่ดีแล้ว จึงอยากขาย

นอกจากนี้ คุณอาจเจอหุ้นตัวใหม่ๆ ที่อยากเอาเข้าพอร์ตการลงทุน จึงต้องสลับขายหุ้นตัวเก่าออก เพื่อย้ายเงินมาหุ้นตัวใหม่

คุณจึงควรปรับพอร์ตการลงทุนเป็นประจำ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ไม่จำเป็นต้องปรับบ่อยมากครับ สัก 6 เดือนครั้งกำลังดี

 

ลงทุนหุ้น DCA ซื้อตัวไหนดี?

ลงทุน DCA ยังไง ซื้อตัวไหนดี? 4

หุ้นที่เรา DCA ได้ จะต้องเป็นหุ้นที่เรามั่นใจว่าธุรกิจของเขาแข็งแกร่งจริง และจะเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 10-20 ปี

ผมขอสรุปวิธีเลือกหุ้นให้คุณแบบนี้นะครับ

  1. ธุรกิจต้องไม่ถูก disrupt โดยเทคโนโลยี หรือพูดอีกแง่ ต่อให้เทคโนโลยีล้ำหน้าไปอีก 30 ปี ธุรกิจของบริษัทนี้ก็ต้องอยู่ต่อไปได้ เหมือนแมลงสาบที่ไม่สนใจว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ถึงยังไงมันก็เอาตัวรอดได้ ข้อนี้ดูเหมือนจะหายาก แต่จริงๆ แล้วมีหลายธุรกิจครับที่ไม่ค่อยสนใจเทคโนโลยี ซึ่งผมขอแบ่งเป็น 3 แบบ
    • ลูกค้าตัดสินใจซื้อจาก “ความชอบและผูกพัน” ส่วนใหญ่จะเป็นพวกสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ขนม/เครื่องดื่มที่คนชอบ ยังไงก็ซื้อกินเรื่อยๆ หรือแบรนด์เสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ข้อนี้มักเกิดกับหุ้นในต่างประเทศ แต่หุ้นไทยมีน้อย เพราะแบรนด์ไทยจะเสียเปรียบแบรนด์ต่างชาติที่ขยายมาไทย จึงไม่แข็งแกร่งระดับที่ “ถือไปได้ 30 ปี” ไร้กังวล ➝ “มาม่า” (TFMAMA) หรือ “คาราบาวแดง” (CBG) อาจจะเข้าข่ายหุ้นกลุ่มนี้ แต่ผมก็คิดว่ายังมีจุดที่น่ากังวลเล็กน้อยถ้าจะ “ถือยาว 30 ปี”
    • เทคโนโลยีพัฒนาไปช้าๆ หรือหยุดพัฒนาไปแล้ว ไม่มีช่องให้บริษัทหน้าใหม่เข้ามาได้ บริษัทเก่าสามารถปรับตัวได้ทันสบายๆ เช่น โรงไฟฟ้า น้ำประปา ปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี รถไฟฟ้า เป็นต้น
    • ธุรกิจให้บริการที่ถึงยังไงก็ต้องใช้คน เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหนก็มาแทนที่คนไม่ได้ เช่น หุ้นโรงแรมที่แบรนด์แข็งแกร่ง หุ้นบริษัทประกัน หุ้นโรงพยาบาล เป็นต้น
  2. ทำธุรกิจมายาวนาน เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งมั่นคง อย่างน้อยควรทำธุรกิจมานานเกิน 15 ปี และผ่านพ้น “วิกฤติเศรษฐกิจ” มาได้หลายครั้งอย่างปลอดภัย
  3. มีความได้เปรียบในการแข่งขัน คู่แข่งเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ กรณีที่ดีที่สุดคือเป็น “ธุรกิจผูกขาด” ซึ่งลูกค้าไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องซื้อเราตลอด
    • แต่ไม่จำเป็นต้องผูกขาดก็ดีได้ครับ อย่างเช่นธุรกิจโรงไฟฟ้า น้ำประปา ก็ไม่ได้ผูกขาด แต่เขามีสัญญาขายน้ำ-ไฟยาวนานหลายสิบปี จึงทำธุรกิจไปได้เรื่อยๆ แบบไม่สะดุด ไม่ต้องกลัวคู่แข่งจะมาแย่งตลาด
  4. กำไรย้อนหลังสม่ำเสมอ เราดูได้จากงบการเงินเลยครับ ดูว่าเขามีกำไรสม่ำเสมอไหม หรือแกว่งไปแกว่งมา (ดูวิธีอ่านงบการเงินง่ายๆ กันได้เลย)
  5. ถ้าบริษัทจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ จะดีมาก โดยเราไปดูตัวเลขเงินปันผลได้จากงบการเงินเลยนะครับ ดูย้อนหลังหลายๆ ปีว่าเขาจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอไหม อย่าดูแค่ปีล่าสุด เพราะบางทีเขาจ่ายแค่ปีนี้แล้วปีหน้าหยุดจ่ายก็มี

พอเราเลือกหุ้นได้แล้ว อย่าลืมกระจายการลงทุนไปในหุ้นหลายๆ ตัวด้วยนะครับ สัก 3-10 ตัวกำลังดี

 

ถ้าหุ้นมันเสี่ยงไป เรา DCA กองทุนก็ยังได้

ลงทุน DCA ยังไง ซื้อตัวไหนดี? 5
ไม่ DCA หุ้นก็ไป DCA กองทุนแทนได้

บางคนไม่อยากเลือกหุ้นเอง เราก็ยังมีทางเลือกคือ “DCA กองทุน” แทนที่จะ “DCA หุ้น”

นั่นก็คือ แทนที่จะซื้อหุ้น ก็ไปซื้อกองทุนแทน ซึ่งมีข้อดีดังนี้

  1. ไม่ต้องวิเคราะห์หุ้นให้ปวดหัว เราแค่ต้องเลือกกองทุนแทน ซึ่งเลือกง่ายกว่า
  2. ไม่ต้องเสี่ยงที่จะเลือกหุ้นพลาด เพราะกองทุนมีผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นแทนเรา และเขาลงทุนกระจายหลายตัวให้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราเลือกหุ้นเอง ก็มีความเสี่ยงที่จะเลือกหุ้นผิดตัว DCA ตั้งนานแต่เงินไม่โตสักที
  3. เงินอาจโตเร็วกว่า ข้อนี้น่าแปลกใช่ไหมครับ? ทำไมหุ้นที่เราตั้งใจเลือกถึงสู้กองทุนไม่ได้? นั่นเพราะไอ้เจ้า “หุ้นพื้นฐานดี” นี่แหละครับตัวดีเลย ธุรกิจที่แข็งแกร่งมั่นคงมักอยู่ในอุตสาหกรรมที่โตช้า และตัวหุ้นก็มีขนาดใหญ่พอสมควรแล้ว จึงเติบโตต่อได้ยาก ดังนั้น “หุ้นพื้นฐานดี” ที่คุณ DCA ไปก็มีแนวโน้มที่จะเป็นหุ้นกลุ่มที่โตเรื่อยๆ ช้าๆ ในขณะที่กองทุนมักลงทุนกระจายไปถึงหุ้นตัวเล็กด้วย จึงมีโอกาสโตได้มากกว่า

กองทุนชนิดที่ซื้อง่ายที่สุดก็คือ “กองทุนดัชนี” ซึ่งเขากวาดซื้อหุ้นทุกตัวในตลาดหุ้นให้เรา และจะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจ กองทุนชนิดนี้ดีตรงที่ว่าเขาเข้าไปบริหารน้อยมาก (ซื้อหุ้นทุกตัวแล้วปล่อยเกียร์ว่าง) จึงมีค่าธรรมเนียมต่ำ และให้ผลตอบแทนมั่นคง เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้น

คนที่สนใจเลือกซื้อกองทุนเอง ลองอ่าน เคล็ดลับเลือกกองทุนง่ายๆ แต่ได้ผล ได้เลยครับ หรือคนที่สนใจซื้อกองทุนต่างประเทศ ลองเข้าไปอ่าน วิธีซื้อกองทุนต่างประเทศให้กำไรมากขึ้น 100% ที่ผมเขียนไว้ให้คุณโดยเฉพาะ (คุณจะได้หุ้นฟรีมูลค่า $1000 ด้วย)

 

เรียนคอร์สลงทุน “นักลงทุนมือหนึ่งของโลก”

อยากศึกษาเรื่องการลงทุนแต่เริ่มไม่ถูก?

บิงโกมีคอร์สสอนลงทุนที่จะคุณอาจสนใจ คอร์สนี้จะสอนคุณตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง มือใหม่เรียนจบก็พร้อมลงทุนจริงได้เลย

คอร์สนี้ถูกออกแบบให้พิเศษกว่าคอร์สลงทุนทั่วไป เพราะมาจากหนังสือลงทุนของเซียนหุ้นระดับโลก ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ ลินช์, เบนจามิน เกรแฮม, ดร.นิเวศน์ และอื่นๆ จนเหมือน “นักลงทุนระดับโลกมาสอนคุณเอง” ทุกเล่มที่เราคัดมาคือหนังสือลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น “ของจริง” และจะร่นเวลาให้คุณลงทุนได้เก่งกาจอย่างรวดเร็ว

ดูรายละเอียด

 

เริ่มต้นลงทุนหุ้นต่างประเทศเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

ลงทุน DCA ยังไง ซื้อตัวไหนดี? 6

ต้นไม่ที่ร่มรื่นย่อมเริ่มจากเมล็ดพันธุ์ที่ดี การลงทุนที่ดีจึงอยู่ในเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโต มีนวัตกรรม และมี dynamics สูง

แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลงมาก คนไทยเกิดน้อยลง สังคมกำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ใครที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจจะพอรู้ว่า “มืดมน” นักลงทุนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะเซียนหุ้นที่เข้าใจเรื่องนี้ จึงเริ่มเลี่ยงไปลงทุนต่างประเทศกันมากขึ้น

ถ้าคุณอยากหาโอกาสที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คุณเองก็อาจศึกษาการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าโอกาสดีๆ มีอยู่มาก ผมมีบทความสอนวิธีลงทุนหุ้นอเมริกา หุ้นต่างประเทศให้คุณแล้ว (คุณจะได้หุ้นฟรีมูลค่าสูงสุด $1000 ด้วย)

สำหรับคนที่คิดว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศไกลตัวเกินไป อยากซื้อกองทุนให้เขาไปลงทุนหุ้นต่างประเทศแทนเรา นั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีมากครับ แต่ก่อนหน้านั้น ผมแนะนำให้อ่าน ซื้อกองทุนต่างประเทศยังไง ให้กำไรมากขึ้น 100% ซึ่งผมเขียนไว้ให้คุณโดยเฉพาะเลยครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *