4 ขั้นตอนลงทุนแบบ VI สไตล์มนุษย์เงินเดือน

คนที่เริ่มลงทุนจะต้องได้ยินคำว่า “ลงทุนแนว VI” เพราะปรมาจารย์นักลงทุนแนว VI ไม่ว่าจะเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรณ์ ต่างลงทุนจนประสบความสำเร็จและโด่งดัง

ถ้าคุณยังไม่รู้จัก VI ลองเข้าไปศึกษาวิธีลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ Value Investing ก่อนได้เลยครับ

แต่มนุษย์เงินเดือนมีทั้งงานและภาระต่างๆ ทำให้ลงทุนไม่ได้เต็มที่ วันนี้ผมจึงขอแนะนำ 4 ขั้นตอนลงทุนแบบ VI ง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือนครับ

 

การลงทุนแนวเน้นคุณค่า หรือ Value Investing (VI) เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนไหม?

ข้อจำกัดสำคัญที่สุดของมนุษย์เงินเดือนคือเวลา เรามีทั้งงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัวที่ต้องดูแล คุณไม่สามารถนั่งเฝ้าจอดูหุ้นได้ตลอด และไม่มีเวลาวิเคราะห์หุ้นลึกๆ เหมือนนักลงทุนเต็มเวลา

การลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือ Value Investing เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่สุด มันใช้เวลาน้อย คุณจึงสามารถลงทุนได้ และทำงานไปด้วยได้สบายๆ คุณอาจเลือกลงทุนสไตล์อื่น ซึ่งผมสรุปการลงทุนหุ้น 4 สไตล์ไว้ให้แล้ว แต่การลงทุนแนวอื่นจะใช้เวลาเยอะกว่า VI มากครับ

ผมได้สรุปหลักลงทุนแบบ VI โดยปรับเข้ากับมนุษย์เงินเดือนไว้แล้ว 4 ขั้นตอน เรามาดูกันเลยครับ

 

1. เลือกหุ้นให้ถูกตัว

การเลือกหุ้นคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการลงทุน มันเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าคุณติดเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปยังไงก็ไม่ดี

การเลือกหุ้นเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ผมมีบทความดีๆ สำหรับการหาหุ้นตัวแรกของคุณ โดยอิงจากการลงทุนแบบ VI (ศึกษาการลงทุนแบบ VI เชิงลึกได้ที่นี่)  แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเวลาลงทุนน้อย ผมได้ปรับวิธีเลือกหุ้นให้เป็นหลักง่ายๆ สำหรับคุณ ดังนี้

  1. เลือกหุ้นบริษัทที่มั่นคง ธุรกิจไม่ถูก disrupt โดยเทคโนโลยี และลูกค้าต้องกลับมาใช้บริการเสมอ เช่น บริษัทขายน้ำประปา หรือสนามบิน คงไม่ถูกเทคโนโลยีทดแทน
  2. อย่างน้อยบริษัทควรเติบโตปีละ 5% เราอาจเช็คงบการเงินย้อนหลังสัก 3-5 ปี ให้แน่ใจว่ายอดขายเติบโตอย่างน้อยปีละ 5%
  3. เลือกหุ้นที่ค่า P/E ต่ำ ค่า P/E คือราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น ถ้าค่านี้ต่ำแสดงว่าหุ้นราคาถูก

เวลาลงทุน คุณไม่ควรซื้อหุ้นแค่ตัวเดียว ควรกระจายความเสี่ยงไปในหุ้น 5-10 ตัวที่คุณสนใจครับ

 

2. ลงทุนทุกเดือน

น้อยคนจะสามารถกะจังหวะซื้อหุ้นในราคาที่ถูกที่สุดได้ หลายคนที่รอซื้อหุ้นในราคาต่ำๆ กลายเป็นต้องซื้อแพงกว่าเดิม เพราะซื้อไม่ทัน ราคาขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว

เทคนิคที่ง่ายกว่าคือให้คุณ DCA หรือ Dollar Cost Average โดยให้คุณนำเงินเดือนไปซื้อหุ้นทุกเดือน บางเดือนคุณจะซื้อหุ้นได้ถูก บางเดือนคุณจะซื้อได้แพง แต่เฉลี่ยแล้วคุณจะซื้อหุ้นในราคากลางๆ แล้วคุณก็ไม่ต้องเครียดว่าจะซื้อหุ้นตอนไหนดี เอาเวลาไปใช้ชีวิตหรือทำสิ่งที่คุณชอบดีกว่าครับ

 

3. ลงทุนระยะยาว

ราคาหุ้นของบริษัทที่ดีจะสูงขึ้นในระยะยาว แต่ถ้าคุณมองแค่ 1-2 ปี ราคาอาจลงได้ และคุณจะเครียดเปล่าๆ เวลาราคาหุ้นลง

การลงทุนก็เหมือนการปลูกต้นไม้ไว้ให้ร่มเงาในอนาคต อย่ามองว่าปลูกวันนี้แล้วจะเห็นผลพรุ่งนี้ ให้คุณมองระยะยาว ซื้อหุ้นในกิจการที่เติบโต และคุณจะทำกำไรได้ในระยะยาวแน่นอนครับ

ระหว่างลงทุน คุณจะเจอข่าวเหตุการณ์ต่างๆ มากระทบ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง ภัยธรรมชาติ หรือตลาดหุ้นตก แต่คุณไม่ควรขายหุ้นที่ธุรกิจยังดีอยู่ การลงทุนระยะยาวหมายถึงการปักหลักถือหุ้นที่คุณเชื่อมั่น และไม่ขายหุ้นในจุดที่เลวร้ายที่สุดและราคาต่ำที่สุด

ในการลงทุน จะมีช่วงที่ราคาหุ้นร่วงลงมาจนน่าใจหาย ผมมีบทความไว้แล้วว่าถ้าหุ้นลงควรทำอย่างไร ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณโชคดีกว่าหลายคนเพราะคุณมีรายได้สม่ำเสมอทุกเดือน ให้คุณนำเงินเดือนมา DCA ซื้อหุ้นอย่างสม่ำเสมอถึงแม้จะเกิดวิกฤติ

ถ้าคุณมองช่วงวิกฤติที่ตลาดหุ้นตกหนักในอดีต ทุกครั้งจะดูเหมือนโอกาสซื้อหุ้นครั้งใหญ่ ถึงแม้คนที่อยู่ข้างในวิกฤติจริงจะรู้สึกกลัว ขอให้คุณจำเรื่องนี้ไว้ให้แม่น แค่นี้ก็จะลงทุนได้ดีกว่านักลงทุนอื่นมาก

 

4. ตรวจสอบการลงทุนทุกครึ่งปี

ธุรกิจสมัยนี้เปลี่ยนเร็วมาก คุณจึงควรติดตามข่าวสารของหุ้นที่ลงทุนเอาไว้ด้วย

คุณเลือกซื้อหุ้นที่กิจการแข็งแกร่งไว้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตรวจดูทุกวัน แต่อย่างน้อยทุก 6 เดือนคุณก็ควรกลับมาดูหน่อยว่าธุรกิจมันเป็นอย่างไรแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม

ถ้าธุรกิจเริ่มแย่ลง คุณอาจต้องขายหุ้นตัวนั้นนะครับ อย่าถือไว้เรื่อยๆ แม้จะรู้ว่าธุรกิจกำลังแย่ลง!

 

เริ่มต้นลงทุนได้ง่ายๆ วันนี้

ถ้าคุณเพิ่งหัดเริ่มต้นลงทุน หรือกำลังสนใจอยากเริ่ม คุณสามารถอ่านขั้นตอนง่ายๆ ที่ผมสรุปไว้ให้แล้วได้เลยครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ผมได้สรุปกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่นิยมที่สุด 4 สไตล์ไว้ โดยวิธีที่ผมแนะนำคือการลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ VI

ลองดูหุ้น 6 ชนิดของปีเตอร์ ลินช์ ว่าคุณชอบหุ้นแนวไหน และถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มหาหุ้นตัวแรกของคุณกันเลย

หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *