อิสรภาพของคุณราคาเท่าไหร่? 5 ระดับอิสรภาพทางการเงิน

ถ้าคุณมีอิสระจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป คุณจะยังทำงานที่คุณทำอยู่ทุกวัน หรือใช้ชีวิตแบบทุกวันนี้หรือเปล่า?

สิ่งต่างๆ ที่เราอยากได้ในชีวิต ส่วนใหญ่ทำไม่ยากหรอกครับ แต่ติดแค่ว่า “ขาดเงิน”

  • อยากเปิดร้านกาแฟของตัวเอง
  • อยากก่อตั้งธุรกิจในฝัน
  • อยากไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี
  • อยากนอนกลิ้งอยู่ที่ชายหาด ไม่อยากทำงานอีกแล้ว
  • อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ
  • อยากดูแลครอบครัวให้อยู่สุขสบาย

ทุกสิ่งที่ผมลิสต์มาเหล่านี้ใช้เงิน คุณไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีเงิน

ดังนั้นที่ผมถามว่าอิสรภาพของคุณราคาเท่าไร มันก็คือจำนวนเงินที่ต้องใช้ ให้คุณได้มีชีวิตในแบบที่ต้องการ โดยไม่ต้องคอยพะวงว่าจะมีเงินไม่พออีกต่อไป

มันก็คือ อิสรภาพทางการเงิน” นี่เอง

 

เมื่อคุณมีเงินมากพอ คุณจะมีอิสรภาพในการทำสิ่งใดก็ได้ที่อยากทำ โดยไม่มีข้อจำกัดว่า “ต้องไปทำงานทุกวันแม้จะไม่ชอบ” นั่นคือ “อิสรภาพทางการเงิน”

คุณอาจยังทำงานเดิม แต่คุณทำเพราะรักงานที่ทำ ไม่ได้ทำเพราะจำเป็น

“อิสรภาพทางการเงิน” ถูกพูดถึงเยอะมากในหนังสือ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad, Poor Dad) และ 4-Hour Workweek ที่สอนให้คุณสร้างความมั่งคั่ง แล้วพอถึงจุดหนึ่งก็ใช้เงินทำงานแทนคุณ คนลงทุน vs ไม่ลงทุน ชีวิตจะต่างกันมาก

โทนี่ รอบบินส์ กูรูด้านการเงินที่มีคนติดตามหลายล้านคนทั่วโลก ได้แบ่งอิสรภาพทางการเงินของคุณเป็น 5 ขั้นครับ

เวลาคุณเริ่มสร้างตัว คุณจะเริ่มที่ขั้น 1 ก่อน แล้วค่อยไต่ระดับไปเรื่อย ยิ่งคุณมีอิสรภาพในระดับสูง คุณก็ยิ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้ครับ

 

อิสรภาพทางการเงินระดับที่ 1

Financial Security “ไม่อดตาย

ในขั้นแรก ขอแค่คุณมีเงินเก็บพอใช้ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินครับ อย่างเช่นในกรณีที่คุณตกงาน ไม่มีรายได้เลย คุณจะยังมีชีวิตต่อไปได้ไหม?

จำนวนเงินเก็บขั้นต่ำสำหรับขั้นที่ 1 ก็ให้คุณเอาค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณมาคูณ 12

นั่นคือเงินเก็บขั้นต่ำที่คุณควรมี เพื่อรับประกันว่าคุณจะยังอยู่ได้ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

ช่วงนี้บริหารเงินยังไง?

สำหรับคนที่อยู่ขั้นนี้แล้ว คุณก็ควรสะสมเงินให้งอกเงยต่อไปครับ โดยทุกครั้งที่ได้เงินเดือน อย่าเพิ่งใช้ครับ!

ให้ตัดแบ่งมาเก็บออมไว้ก้อนนึงก่อน แล้วค่อยใช้จ่ายหลังจากเก็บออมแล้ว

กำหนดไว้เลยว่าพอได้เงินเดือนมา จะออม 10%, 20%, 40% แล้วก็ออมให้ได้ตามนั้นก่อนเอาไปใช้จ่าย

ถ้าคุณเอาไปใช้จ่ายก่อนแล้วเหลือค่อยเก็บ สุดท้ายจะไม่ค่อยเหลือครับ เชื่อผม

 

จุดสำคัญคือ ห้ามเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารครับ เพราะดอกเบี้ยมันเศร้ามาก

คนที่ลงทุนกับไม่ลงทุน ชีวิตต่างกันมากครับ

คุณต้องเอาเงินไปลงทุนเพื่อให้งอกเงย โดยไปซื้อหุ้นหรือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร

คุณควรเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับ 6-12 เดือนไว้ในธนาคารก็พอ ส่วนที่เหลือก็เอาไปลงทุนครับ

บิงโกได้สรุปวิธีลงทุนขั้นต้นไว้แล้ว สามารถเข้าไปดูได้เลยครับ

 

อิสรภาพทางการเงินระดับที่ 2

Financial Vitality “พออยู่ได้

อิสรภาพทางการเงินระดับนี้ก็คล้ายข้อ 1 ครับ แต่นอกจากคุณจะมีเงินพอค่าใช้จ่ายพื้นฐาน 12 เดือน คุณก็ยังมีเหลือนิดหน่อยเพื่อหาความสุข เช่น จ่ายค่า Netflix หรือไปทานร้านอาหารอร่อยๆ ได้

ในระดับนี้ คุณจะยังต้องทำงานต่อไปครับ แต่คุณจะมั่นคง มีเงินเก็บมากขึ้น และมีเงินพอใช้จ่ายหาความสุขบ้าง

 

ช่วงนี้บริหารเงินยังไง?

ถ้าคุณอยู่ขั้นนี้ ผมแนะนำให้คุณสะสมเงินให้งอกเงยต่อไปครับ เพราะอีกไม่นานพอคุณไปถึงขั้นถัดไป ชีวิตคุณก็จะสบายแล้ว คุณควรตั้งเป้าว่าจะไปถึงอิสรภาพทางการเงินขั้น 3 ให้ได้ นั่นคือคุณมีเงินเก็บมากพอที่จะเลิกทำงานได้

อย่าลืมนำเงินเดือนมาออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ คนที่มุ่งมั่นมากๆ อาจออมเงินในสัดส่วนที่สูงๆ ไปเลย เช่น ออม 50% หรือ 60%

ถ้าคุณอยากสร้างแรงผลักดันให้ตัวเอง คุณก็อาจตั้งเป้าหมายทางการเงินที่เห็นภาพมากขึ้น

  • เช่น จะต้องซื้อคอนโด/อพาร์ทเมนต์ให้ได้สักห้อง
  • หรือจะเก็บเงินให้ได้ xxx ล้านบาท

พยายามคิดถึงภาพตัวเองตอนมีชีวิตที่สุขสบายในอนาคตครับ

 

อิสรภาพทางการเงินระดับที่ 3

Financial Independence “เลิกทำงานได้

นี่คือจุดที่คุณมีเงินเก็บพอขนาดที่รายได้จากการลงทุน เทียบเท่ารายได้จากงานประจำครับ

คำนวณง่ายๆ คือเงินเก็บของคุณมากกว่า 240 x เงินเดือน

  • เช่น ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท แล้วคุณมี 7,200,000 บาท คุณก็จะมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว

ถ้าคุณมาถึงขั้นนี้ได้ ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ นี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องทำงาน ก็มีรายได้พอใช้ได้ตลอดกาล จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

เพราะคุณสามารถใช้ชีวิตโดยอาศัยผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างเดียวได้

 

ช่วงนี้บริหารเงินยังไง?

พอคุณมาถึงจุดนี้ ชีวิตคุณจะมีตัวเลือกเยอะมาก

คุณเลือกได้ว่าจะลาออก เลิกทำงานวันนี้เลย แล้วเอาเวลาไปทำสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะคุณมีรายได้จากการลงทุนมาทดแทนเงินเดือนแล้ว

หรือถ้าคุณชอบงานที่ทำ คุณก็ทำงานต่อไปได้ และคุณจะมีรายได้ 2 เท่าของเงินเดือนด้วย คุณจะเริ่มใช้ชีวิตได้สุขสบายขึ้น

พอคุณอยู่จุดนี้ คุณจะบริหารเงินได้ตามใจมากขึ้นด้วยครับ

ถ้าคุณพอใจกับชีวิตตอนนี้แล้ว คุณก็ใช้เงินได้สบายๆ แบบไม่คิดมาก คุณสามารถเลือกทางเดินชีวิตได้ตามใจชอบ เอาที่พอใจ!

  • ทำงานเดิม
  • ตั้งธุรกิจของตัวเอง
  • ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ
  • เลิกทำงานไปเลย

แต่ถ้าคุณอยากรวยขึ้นไปอีก นั่นคืออยากไปถึงอิสรภาพทางการเงินระดับ 4 (สุขสบายจนวันตาย) คุณก็ต้องเก็บเงินต่อไป แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องเครียดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ขอแค่คุณไม่ฟุ้งเฟ้อ เอาเงินไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เงินมันก็จะเพิ่มขึ้นเอง แล้วในที่สุดคุณก็จะไปสู่ระดับ 4 ครับ

 

อิสรภาพทางการเงินระดับที่ 4

Financial Freedom “สุขสบายจนวันตาย

ถ้าคุณมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณมีรายได้จากการลงทุนมากพอสำหรับจ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ ทั้งแบรนด์เนม การเที่ยวต่างประเทศ และไลฟ์สไตล์ที่คุณชอบ

คุณต้องมีเงินแค่ไหน? คิดง่ายๆ ครับ ให้คุณนำค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่อยากใช้ มาคูณ 240 นั่นละครับเงินที่คุณต้องมี ถึงจะอยู่ระดับ “สุขสบายจนวันตาย”

  • เช่น ถ้าอยากฟุ่มเฟือยได้เดือน 100,000 บาท คุณจะต้องเก็บให้ได้ 240 x 100,000 = 24,000,000 บาท

ช่วงนี้บริหารเงินยังไง?

ตอนนี้ชีวิตคุณเพียบพร้อมแล้วครับ ถ้าคุณอยากรวยกว่านี้ คุณทำงานเท่าไรก็จะไม่รวยขึ้นแล้ว เพราะคุณมีเงินมากไป ต่อให้เอาเงินเดือนไปเติมใส่กองเงินเก็บ คุณก็ไม่รวยขึ้นนัก

ถ้าคุณอยากรวยขึ้น คุณต้องหาวิธีลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น หรือก่อตั้งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงเท่านั้นครับ

 

อิสรภาพทางการเงินระดับที่ 5

Absolute Financial Freedom “ทุกสิ่งที่คุณต้องการ

สุดท้าย ถ้าคุณรวยมากๆ คุณก็จะมีเงินมากพอจะซื้อทุกสิ่งที่เงินจะซื้อได้

ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่บางทีคุณไม่ต้องรวยมากก็มาถึงจุดนี้ได้ครับ

เพราะคุณแค่อยากซื้อสิ่งที่อยากซื้อ แต่ถ้าคุณไม่ได้อยากได้ของแพงมาก ก็เหมือนคุณซื้อได้ทุกอย่างไปโดยปริยาย

กระทั่งสิ่งที่ฟังดูราคาสูงลิบ จริงๆ มันอาจไม่แพงก็ได้ถ้าคุณมีลูกเล่นในการใช้เงิน

  • ถ้าคุณอยากนั่งเรือยอร์ช อาจไม่ต้องซื้อแต่เช่าเอาก็ได้
  • ถ้าคุณอยากมีทีมฟุตบอล อาจไม่ต้องเป็นเจ้าของคนเดียว แต่เป็นหุ้นส่วนก็พอ

ช่วงนี้บริหารเงินยังไง?

อยากใช้เงินยังไง แล้วแต่คุณเลยครับ

อย่าลืมออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อที่จะได้อายุยืนแข็งแรง ลดคาร์โบไฮเดรตเช่นแป้งและน้ำตาล ทานเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้เยอะๆ ผลไม้สีม่วงอย่างบลูเบอร์รี่หรือแบล็คเคอแรนท์มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายอ่อนเยาว์และต่อต้านมะเร็ง

นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง จะได้ใช้เงินได้นานๆ ครับ

และใช้เวลากับคนที่คุณรักเยอะๆ ครับ

 

เริ่มลงทุนยังไงดี

ถ้าคุณเพิ่งหัดเริ่มต้นลงทุน หรือกำลังสนใจอยากเริ่ม คุณสามารถอ่านขั้นตอนง่ายๆ ที่ผมสรุปไว้ให้แล้วได้เลยครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ลองดูหุ้น 6 ชนิดของปีเตอร์ ลินช์ ว่าคุณชอบหุ้นแนวไหน จากนั้นก็คิดหากลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเอง

และถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มหาหุ้นตัวแรกของคุณกันเลย

หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *