4 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุน

คนที่ลงทุนกับไม่ลงทุน ชีวิตต่างกัน 10 เท่า

คุณอาจเคยได้ยินว่าคนรุ่นใหม่ต้องลงทุน การลงทุนเป็นหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน การลงทุนจำเป็นมากในสมัยนี้ ฯลฯ แต่พอจะลงมือลงทุนจริง คุณอาจสงสัยว่าควรเริ่มต้นยังไง

วันนี้บิงโกเลยสรุปแนวทางการเริ่มต้นลงทุน ให้คุณได้ทำตามง่ายๆ ดังนี้เลยครับ

  1. กำหนดเป้าหมายชีวิต → เป้าหมายการลงทุน
  2. เลือกว่าจะลงทุนอะไร สัดส่วนไหน
  3. เลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง
  4. ลงมือเปิดบัญชีกับโบรคเกอร์/ซื้อกองทุน

และพอคุณเข้าใจพื้นฐานเรื่องการลงทุนแล้ว ต่อไปคุณจะต้องมีสไตล์การลงทุนของตัวเอง ผมได้สรุป 4 สไตล์ลงทุนหลักในโลกไว้โดยแนวทางที่นิยมที่สุดคือการลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ VI และคุณอาจหาหนังสือดีๆ มาอ่านเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากหาโอกาสที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คุณก็อาจลองไปลงทุนต่างประเทศ ผมมีบทความสอนวิธีลงทุนหุ้นอเมริกา หุ้นต่างประเทศให้คุณแล้ว (คุณจะได้หุ้นฟรีมูลค่าถึง $1000 ด้วย)

สำหรับคนที่คิดว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศไกลตัวเกินไป อยากซื้อกองทุนให้เขาไปลงทุนหุ้นต่างประเทศแทนเรา ผมแนะนำให้อ่าน ซื้อกองทุนต่างประเทศยังไง ให้กำไรมากขึ้น 100% ซึ่งผมเขียนไว้ให้คุณโดยเฉพาะเลยครับ

อารัมภบทกันมาพอสมควร มาดูขั้นตอนลงทุนง่ายๆ กันดีกว่าครับ

 

กำหนดเป้าหมายชีวิต → เป้าหมายการลงทุน

กำหนดเป้าหมายชีวิตของคุณ

ก่อนลงทุน คุณต้องรู้ก่อนว่าลงทุนไปทำไม เพื่อที่จะกำหนดแนวทางการลงทุนได้ถูกต้อง

เป้าหมายการลงทุนของคุณ มักจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายชีวิตด้วย บางคนอยากมีอิสรภาพทางการเงิน บางคนอยากออมเงินไว้ให้พอหลังเกษียณ ให้คุณตั้งเป้าหมายยิ่งละเอียดยิ่งดี คุณควรกำหนดตัวเลขให้ชัดเจน เช่น

  • คุณอายุ 25 ปี มีเงินเดือน 25,000 บาท ออมเงินเดือนละ 5,000 บาทแล้วอยากลงทุนเผื่อวันเกษียณ → ลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีสไตล์ VI หรือซื้อกองทุนให้มืออาชีพบริหารเงินให้
  • คุณมีเงินทุนอยู่ 100,000 บาท อยากรวย → กำหนดก่อนว่า “รวย” คือมีกี่บาท → สมมุติอยากมี 30 ล้านบาท → ต้องการลงทุนเงิน 100,000 บาท ให้เป็น 30 ล้านภายใน 10 ปี → คุณต้องการผลตอบแทน 300 เท่าใน 10 ปี หรือคิดเป็นปีละ 300^(1/10) นั่นคือได้ปีละ 77% → ค่อนข้างยาก มีน้อยคนจะทำได้ (ปกติปีละ 20% ก็เยอะแล้ว) → ต้องลงทุนแบบเสี่ยงกล้าได้กล้าเสีย ซึ่งก็อาจหมดตัว หรือไม่ก็ต้องปรับความคาดหวังลง อาจจะมองว่าใช้เวลา 30 ปีแทนที่จะเป็น 10 ปี ซึ่งจะทำได้ง่ายขึ้นและเสี่ยงน้อยลง
  • คุณเพิ่งเกษียณ มีเงินอยู่ 10 ล้านบาท อยากลงทุนให้ได้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน → ซื้อหุ้นกู้บริษัทที่มั่นคง หรือซื้อหุ้นที่ปันผลสูง หรือซื้อกองทุนหุ้นปันผล

 

เลือกว่าจะลงทุนอะไร สัดส่วนไหน

ลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม

เวลากำหนดการลงทุนและสัดส่วนต่างๆ มี 3 เรื่องที่คุณต้องดู

  1. ผลตอบแทน
  2. ความเสี่ยง
  3. ความถนัด

เราทุกคนต่างมีเป้าหมายต่างกัน รับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นจะไม่มีการลงทุนไหนเหมาะกับทุกคน

คุณจึงควรวางกลยุทธ์การลงทุนตามเป้าหมายทางการเงินของคุณครับ

  1. หุ้น = ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง (รู้จักหุ้นแบบละเอียดที่นี่)
  2. อสังหาริมทรัพย์ = ความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนปานกลาง
  3. ทองคำ = ความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนปานกลาง
  4. พันธบัตร = ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนต่ำ
  5. เงินฝากธนาคาร = ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนแทบไม่มี

นี่เป็นการแบ่งคร่าวๆ นะครับ คุณสามารถดูทางเลือกการลงทุนที่ละเอียดขึ้นได้เลย หรือไม่คุณก็ลองศึกษา All Weather Portfolio ที่ออกแบบมาให้ “กำไรเกือบทุกปี” ดูครับ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องความถนัด ถ้าคุณถนัดลงทุนหุ้น คุณก็ควรลงทุนเอง แต่ถ้าคุณไม่ถนัด คุณสามารถซื้อกองทุนหุ้นเพื่อให้เขาลงทุนหุ้นแทนให้ได้ (อ่านเคล็ดลับเลือกกองทุนแบบเจาะลึกได้เลยครับ)

การลงทุนหุ้นจะแตกแขนงออกไปอีกหลายสไตล์ ซึ่งผมสรุปไว้เป็น 4 สไตล์การลงทุนหลักในโลก ดังนั้นถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ลองดูหุ้น 6 ชนิดของปีเตอร์ ลินช์ และถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มหาหุ้นตัวแรกของคุณกันเลย

หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

ผมได้แบ่งสัดส่วนการลงทุนคร่าวๆ ให้คุณลองใช้เป็นตัวอย่างนะครับ คุณสามารถเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้เลย

 

1. คนอายุ 25 ปี เพิ่งเริ่มทำงาน อยากรวย กล้าเสี่ยง มุ่งมั่นอยากศึกษา → ลงทุนหุ้น 100% หรือไม่ก็อสังหาริมทรัพย์ 100% ขึ้นกับความถนัด (หุ้น vs อสังหา ลงทุนอะไรดีกว่า?)

ทำไม? หุ้นเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เป็นหนทางรวยเร็วที่สุดในการลงทุน แต่ถ้าคุณถนัดอสังหามากกว่า คุณอาจลงทุนแล้วกำไรจากอสังหามากกว่าก็ได้ ให้เลือกที่ถนัด คุณไม่ควรลงทุนอย่างอื่นเลยเพราะมันจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ

 

2. คนอายุ 25 ปี เพิ่งเริ่มทำงาน ไม่อยากรวย ไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากศึกษา → ซื้อกองหุ้น 100%

ทำไม? หุ้นเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด แต่คุณไม่อยากเสี่ยงและไม่อยากศึกษา ดังนั้นคุณก็แค่ซื้อกองทุน ก็จะมีมืออาชีพมาบริหารเงินแทนคุณ และเนื่องจากคุณอายุน้อย คุณสามารถทนความผันผวนของตลาดหุ้นได้ ในระยะยาวคุณก็จะกำไรก้อนโตโดยให้คนอื่นบริหารเงินแทนได้ง่ายๆ

 

3. คนอายุ 30 ปี ได้มรดกก้อนใหญ่ อยากลงทุนให้เงินงอกเงย แต่กลัวความเสี่ยง → ซื้อกองทุนหุ้น 50% ทองคำ 25% พันธบัตร 25%

ทำไม? คุณควรมีหุ้นบ้างเพราะหุ้นให้ผลตอบแทนดีที่สุด เงินของคุณจะได้งอกเงย คุณซื้อเป็นกองทุนจะได้มีมืออาชีพบริหารให้ ส่วนทองคำและพันธบัตรมีไว้ลดความเสี่ยง

 

4. คนอายุ 60 ปี มีเงินเกษียณก้อนหนึ่ง อยากรักษาเงินต้นไว้ ไม่อยากศึกษาการลงทุน → ซื้อพันธบัตร 80% กองทุนหุ้น 20%

ทำไม? พันธบัตรเป็นหลักประกันว่าเงินของคุณจะไม่หายไปไหน ส่วนหุ้น 20% เป็นการลงทุนให้เงินงอกเงยโดยเสี่ยงน้อยเพราะเราลงเงินสัดส่วนน้อย

 

5. คนอายุ 60 ปี มีเงินเกษียณก้อนหนึ่ง มีเวลาว่างศึกษาการลงทุน → แบ่งเงินสัก 2-7 ล้านไปซื้อพันธบัตร ส่วนที่เหลือลงทุนหุ้นและอสังหาเก็บค่าเช่า

ทำไม? พันธบัตรมีไว้เป็นหลักประกันว่าคุณจะมีกินมีใช้ เงินก้อนนี้ควรพอใช้อย่างน้อย 15 ปี จะมากหรือน้อยขึ้นกับค่าใช้จ่ายของคุณ ส่วนที่เหลือให้คุณเอาไปลงทุนให้งอกเงย การลงทุนให้งอกเงยทำได้โดยลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ (หุ้น vs อสังหา ลงทุนอะไรดีกว่า?)

ห้ามซื้อหุ้นด้วยเงินทั้งหมดรวดเดียว จะเสี่ยงเกินไป ช่วงแรกให้ซื้อกองทุนเพื่อให้มืออาชีพบริหาร พอเราศึกษาจนมั่นใจค่อยแบ่งเงินก้อนเล็กๆ มาซื้อหุ้นเอง พอเชี่ยวชาญค่อยย้ายเงินมาซื้อหุ้นเองให้มากขึ้น

 

เรียนคอร์สลงทุนจาก Set หนังสือ “นักลงทุนมือหนึ่งของโลก”

บิงโกมีคอร์สสอนลงทุนที่จะคุณอาจสนใจ คอร์สนี้จะสอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง เรียนจบพร้อมลงทุนจริงได้เลย

คอร์สนี้ถูกออกแบบให้พิเศษกว่าคอร์สลงทุนทั่วไป เพราะมาจากหนังสือลงทุนของเซียนหุ้นระดับโลก ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ ลินช์, เบนจามิน เกรแฮม, ดร.นิเวศน์ และอื่นๆ จนเหมือน “นักลงทุนระดับโลกมาสอนคุณเอง” ทุกเล่มที่เราคัดมาได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น “ของจริง” และจะร่นเวลาให้คุณลงทุนได้เก่งกาจอย่างรวดเร็ว

คอร์สนี้จะให้คุณมากกว่าความรู้ในหนังสือแต่ละเล่มรวมกัน เพราะเวลาคุณอ่านหนังสือเอง บางครั้งคุณอาจมองข้ามแก่นสำคัญ หรือไม่เข้าใจความคิดของคนเขียนอย่างแท้จริง แต่ผมจะนำทุกจุดมาอธิบายให้คุณอย่างครบถ้วน พร้อมยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้แนวคิดการลงทุนที่ถูกต้องโดยสมบูรณ์

ดูรายละเอียด

 

เลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง

พอเรากำหนดสัดส่วนการลงทุนได้

เราก็ต้องคิดต่อว่า “พอเจอสถานการณ์ต่างๆ เราจะทำยังไง”

1. กลยุทธ์แรก ถือยาว 30 ปีโดยไม่สนโลก

การลงทุนแบบถือยาว เป็นวิธีที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ เพราะความเสี่ยงต่ำที่สุด โอกาสขาดทุนน้อยมากจนแทบไม่มี และคุณไม่ต้องเป็นเซียนหุ้นก็ใช้กลยุทธ์นี้จนกำไรได้งดงาม

เวลาคุณลงทุนบางอย่าง คุณสามารถถือยาวได้ เพราะคุณรู้ว่า “ต่อให้ราคาลงชั่วคราว ถึงอย่างไรราคามันก็ต้องขึ้นกลับมาสูงกว่าเดิม” การลงทุนที่คุณจะถือยาวได้ ต้องมีเหตุผลเบื้องหลังที่หนักแน่นว่าสิ่งนั้น “มั่นคงมากๆ” เช่น

  • กองทุนหุ้นที่ลงทุนกระจายหุ้นทุกตัวในไทย (หรือที่เรียกว่ากองทุนดัชนี) ลองคิดดูว่าถ้าหุ้นไทยร่วงกระจายติดต่อกัน 10 ปี มันคงเป็นเรื่องใหญ่กว่า “หุ้นราคาลง” มันจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขนาดที่ประเทศไทยอาจล่มสลายไปเลย ราคาหุ้นถึงจะลงถาวรได้ขนาดนั้น เพราะฉะนั้นถ้าไทยยังเจริญต่อไป ราคาหุ้นก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ (อ่านเคล็ดลับเลือกกองทุนแบบเจาะลึกได้เลยครับ)
  • ซื้อกองทุนหุ้นต่างประเทศที่เจริญมั่นคง ถ้าคุณอยากหาโอกาสที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คุณเองก็อาจศึกษาการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าโอกาสดีๆ มีอยู่มากจริงๆ ผมมีบทความสอนวิธีลงทุนหุ้นต่างประเทศให้คุณแล้ว (คุณจะได้หุ้นฟรีมูลค่าสูงสุด $1000 ด้วย)
  • หุ้นบริษัทใหญ่มั่นคงที่ทำธุรกิจผูกขาด ถือกระจาย 10 ตัว ธุรกิจผูกขาดมีแนวโน้มกำไรไปเรื่อยๆ และคุณก็ถือหลายตัวเพื่อลดความเสี่ยงอยู่แล้ว คุณอาจศึกษาการลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ Value Investing เพิ่มเติม
  • ทองคำ สิ่งนี้เป็นของมีค่ามานานหลายพันปี คงไม่เสื่อมค่าไปใน 10 ปีข้างหน้า (ทองคำ สวรรค์อันปลอดภัย หรือก้อนโลหะไร้ประโยชน์?)

เวลาคุณลงทุนแบบถือยาว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณก็ไม่ต้องเครียด ให้ถือยาวต่อไป

เกิดรัฐประหาร รัฐบาลล้ม หุ้นร่วง 30% คุณก็ถือต่อไป

ตลาดหุ้นนิวยอร์กพังพินาศ หุ้นร่วงทั่วโลก 50% คุณก็ถือต่อไป

อเมริกาจะทำสงครามกับจีนในช่องแคบใต้หวัน หุ้นร่วง 70% คุณก็ถือต่อไป

เพราะคุณรู้ว่าสุดท้ายราคามันจะสูงกลับขึ้นมา และสูงกว่าเดิม ถ้าหุ้นราคาลง คุณก็ควรซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ เพราะซื้อได้ในราคาถูก พอราคาขึ้นกลับมาก็ยิ่งกำไร

แต่คุณไม่สามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้กับการลงทุนทุกชนิด กลยุทธ์นี้จะใช้ได้กับสิ่งที่มั่นคงมากๆ เท่านั้น ถ้าคุณเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์ธุรกิจ และขายหุ้นนั้นเมื่อธุรกิจเสื่อมลง

 

2. กลยุทธ์สอง สลับหุ้นกับพันธบัตร

แนวนี้เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง ไม่กล้าเอาเงินทั้งหมดไปซื้อหุ้น แต่ก็ไม่อยากฝากธนาคารกินดอกเบี้ยอย่างเดียว อยากให้เงินงอกเงยด้วย

กลยุทธ์นี้เกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า ราคาหุ้นมักจะขึ้นลงแรง แต่พันธบัตรราคาจะนิ่ง ขึ้นลงน้อย

ถ้าคุณลงทุนโดยมีสัดส่วนการลงทุนบางส่วนเป็นพันธบัตร คุณก็สามารถขายพันธบัตรไปซื้อหุ้นได้เวลาหุ้นลง คุณจะได้ซื้อหุ้นในราคาถูก จากนั้นพอหุ้นขึ้น คุณก็ขายหุ้นแล้วโยกเงินกลับมาเป็นพันธบัตร แล้วก็รอให้หุ้นลงอีก จากนั้นก็ทำซ้ำเพื่อเก็บกำไรวนไป

ถ้าใครชอบทองคำ คุณอาจปรับใช้ทองคำแทนพันธบัตรก็ได้ครับ (ทองคำ สวรรค์อันปลอดภัย หรือก้อนโลหะไร้ประโยชน์?)

 

3. กลยุทธ์สาม เงินทั้งหมดซื้อหุ้น และปรับตัวตามสถานการณ์

กลยุทธ์นี้เหมาะกับคนที่ลงทุนกล้าได้กล้าเสีย อยากรวยและกล้าเสี่ยง เงินทั้งหมดของคุณอยู่ในหุ้น ชีวิตของคุณอยู่ตรงนี้

ถ้าเงินส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของคุณอยู่ในหุ้น แล้วคุณเลือกซื้อหุ้นรายตัวโดยไม่ได้ซื้อกองทุน คุณจะต้องติดตามสถานการณ์ของหุ้นแต่ละตัวอย่างใกล้ชิด และซื้อขายตามแผนการหรือกลยุทธ์ที่คุณวางไว้ตั้งแต่แรก

วิธีลงทุนในหุ้นรายตัวนั้นมีอยู่หลากหลายเกินจะสรุปในบทความนี้บทความเดียวได้ คุณสามารถดูเพิ่มเติมได้จากบทความอื่นๆ ของบิงโกเลยครับ

 

4. ถ้าไม่ชอบขาดทุน ให้ลอง All Weather Portfolio

นึกภาพการลงทุนที่คุณถือไว้ได้ตลอดชีวิต คุณจะกำไรตอนเงินเฟ้อ กำไรตอนเงินฝืด กำไรตอนวิกฤติเศรษฐกิจ กำไรตอนเศรษฐกิจบูม กำไรไม่ว่าจะเป็นเวลาที่รุ่งเรืองหรือตกต่ำ นี่คือแนวคิดของ All Weather Portfolio หรือที่เรียกอีกชื่อว่า All Seasons Portfolio

All Weather Portfolio ถูกคิดค้นโดยคุณเรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนชั้นนำของโลก กองทุน Bridgewater ของคุณเรย์บริหารทรัพย์สินมากที่สุดในโลก คิดเป็นเงิน 1.5 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 5 ล้านล้านบาท หรือ 30% ของ GDP ไทย เขายังได้เขียนหนังสือ Principles อันโด่งดัง ซึ่งบิงโกได้สรุปเนื้อหาไว้ให้แล้ว

คนที่ลงทุนแบบ All Weather พอร์ตของคุณจะเสถียรมั่นคง โตเรื่อยๆ โดยแทบไม่ขาดทุนเลย แต่ในระยะยาวจะไม่รวยเท่าคนที่มีเงินเท่าไรซื้อหุ้นหมดครับ

 

ลงมือเปิดบัญชีกับโบรคเกอร์/ซื้อกองทุน

เมื่อคุณรู้เป้าหมายและกลยุทธ์ของตัวเอง ก็ถึงเวลาลงทุนจริงครับ

ในการลงทุน เราสามารถซื้อหุ้นรายตัวเองได้เลย หรือไม่ก็ซื้อกองทุน แล้วให้กองทุนเอาเงินไปซื้อหุ้นแทนเรา

ถ้าคุณรักจะซื้อหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง ก็ให้คุณไปเปิดบัญชีกับนายหน้าหรือ “บริษัทโบรคเกอร์” และคุณจะสามารถซื้อขายหุ้นได้ผ่านโปรแกรมของเขาทันที

ก่อนลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ผมได้สรุปวิธีลงทุน 4 สไตล์ในโลกเพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง โดยวิธีที่ผมแนะนำคือการลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ VI ซึ่งเป็นสไตล์ที่นิยมที่สุด

คุณยังอาจเข้าไปดูเทคนิควิเคราะห์งบการเงินสำหรับมือใหม่ครับ หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

ถ้าคุณไม่อยากซื้อหุ้นเอง คุณก็สามารถไปซื้อกองทุนได้ตามธนาคารต่างๆ แล้วจะมีมืออาชีพมาบริหารเงินแทนคุณเองครับ ผมมีเคล็ดลับเลือกกองทุนแบบเจาะลึกให้สำหรับคุณโดยเฉพาะ

 

เริ่มต้นลงทุนหุ้นต่างประเทศเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

ต้นไม้ที่ใหญ่โตก็ต้องเริ่มจากเมล็ดพันธุ์ชั้นดี การลงทุนที่ดีต้องเกิดในเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโต มีนวัตกรรม และมี dynamics สูง

แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลงมาก คนไทยเกิดน้อยลง สังคมกำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ใครที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจจะพอรู้ว่า “มืดมน” นักลงทุนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะเซียนหุ้นที่เข้าใจเรื่องนี้ จึงเริ่มเลี่ยงไปลงทุนต่างประเทศกันมากขึ้น

ถ้าคุณอยากหาโอกาสที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คุณเองก็อาจศึกษาการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าโอกาสดีๆ มีอยู่มาก ผมมีบทความสอนวิธีลงทุนหุ้นอเมริกา หุ้นต่างประเทศให้คุณแล้ว (คุณจะได้หุ้นฟรีมูลค่าสูงสุด $1000 ด้วย)

สำหรับคนที่คิดว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศไกลตัวเกินไป อยากซื้อกองทุนให้เขาไปลงทุนหุ้นต่างประเทศแทนเรา นั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีมากครับ แต่ก่อนหน้านั้น ผมแนะนำให้อ่าน ซื้อกองทุนต่างประเทศยังไง ให้กำไรมากขึ้น 100% ซึ่งผมเขียนไว้ให้คุณโดยเฉพาะเลยครับ

 

เรียนคอร์สลงทุนจาก Set หนังสือ “นักลงทุนมือหนึ่งของโลก”

บิงโกมีคอร์สสอนลงทุนที่จะคุณอาจสนใจ คอร์สนี้จะสอนคุณตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง มือใหม่เรียนจบก็พร้อมลงทุนจริงได้เลย

คอร์สนี้ถูกออกแบบให้พิเศษกว่าคอร์สลงทุนทั่วไป เพราะมาจากหนังสือลงทุนของเซียนหุ้นระดับโลก ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ ลินช์, เบนจามิน เกรแฮม, ดร.นิเวศน์ และอื่นๆ จนเหมือน “นักลงทุนระดับโลกมาสอนคุณเอง” ทุกเล่มที่เราคัดมาคือหนังสือลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น “ของจริง” และจะร่นเวลาให้คุณลงทุนได้เก่งกาจอย่างรวดเร็ว

คอร์สนี้จะให้คุณมากกว่าความรู้ในหนังสือแต่ละเล่มรวมกัน เพราะเวลาคุณอ่านหนังสือเอง บางครั้งคุณอาจมองข้ามแก่นสำคัญ หรือไม่เข้าใจความคิดของคนเขียนอย่างแท้จริง แต่ผมจะนำจุดสำคัญทุกจุดมาอธิบายให้คุณอย่างครบถ้วน พร้อมยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับแนวคิดการลงทุนที่ถูกต้องโดยสมบูรณ์ คุณจะได้รับ…

  • วิดีโอที่อธิบายแนวคิดในหนังสือลงทุนระดับโลกอย่างละเอียด ดูซ้ำได้ตลอดชีพ พร้อม Mind Map สรุปหนังสือทุกเล่มให้คุณทบทวนทีหลังได้ง่าย
  • เนื้อหาแยกเป็นพื้นฐาน กลาง สูง ให้เลือกเรียนได้ตามระดับความชำนาญ
  • ความรู้ที่ครบถ้วนในการลงทุนทุกด้าน ทั้งกลยุทธ์ แนวคิด การวิเคราะห์มูลค่า การอ่านงบการเงิน จิตวิทยาการลงทุน ไปจนถึงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งคัดมาเน้นๆ อธิบายให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเรียนรู้โดยใช้เวลาเสี้ยวเดียวของการอ่านหนังสือหรือศึกษาเอง

ดูรายละเอียด

 

2 thoughts on “4 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุน

  1. mnlees says:

    เป็นบทความที่อ่านเข้าใจง่าย สรุปได้ดี ชัดเจนมากค่ะ และที่สำคัญคนเขียนน่ารักมากกก จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ ><

  2. mnlees says:

    เขียนสรุปได้ดี ชัดเจนเข้าใจง่ายมากค่ะ ที่สำคัญคนเขียนน่ารักมากก จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจนะคะ ><

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *