7 สิ่งที่ต้องดู เมื่ออยากหาหุ้น 10 เด้งหรือ Super Stock

ทุกคนอยากซื้อหุ้นแล้วราคาขึ้นไป 10 หรือ 100 เท่า นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหุ้น 10 เด้ง หรือ Super Stock

ถ้าคุณลงทุนแบบ VI อยู่ คุณอาจกำลังสนใจหุ้น 10 เด้ง เพราะขอแค่คุณมีหุ้น 10 เด้งตัวเดียว ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง

ในหนังสือ One Up on Wall Street ปีเตอร์ ลินช์ แบ่งหุ้นเป็น 6 ชนิด หุ้น 10 เด้งคือตัวที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณมากที่สุด ขอแค่คุณได้ 10 เด้งสักสามครั้ง เงินลงทุน 1 ล้านบาทของคุณจะโตเป็น 1000 ล้าน

แต่ไม่ใช่ว่าหุ้น 10 เด้งจะหาเจอกันง่ายๆ หรือบางครั้งต่อให้เราหาเจอ ตอนเราถืออยู่ราคามันไม่ไปไหน พอเราขายมันกลับขึ้นทีเดียว 10 เท่าก็ได้

ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าหุ้น 10 เด้งมีลักษณะอย่างไร ต้องดูตรงไหนจึงหาเจอ ซึ่งผมสรุปให้เป็น 7 ข้อครับ

 

1. ยอดขายเติบโตเร็ว

บริษัทที่จะราคาขึ้น 10 เท่าต้องมีกำไรเพิ่มหลายเท่าเช่นกัน และกำไรจะเพิ่มหลายเท่าไม่ได้ถ้ายอดขายไม่โตหลายเท่า

ยอดขายควรเติบโตเกิน 20% ต่อปี และถ้าเร็วกว่านั้นยิ่งดี

 

2. เป็นผู้นำใน Mega Trend ใหม่ของสังคม

คำว่า Mega Trend ไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีสวยหรู

บางครั้งคุณแค่ขายน้ำขายอาหารก็เป็น Mega Trend ใหม่ได้

บริษัท Monster Beverage ขายเครื่องดื่มชูกำลัง “Monster Energy” ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ไม่กี่สิบปีมานี้ของโลก บริษัทมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และขยายตลาดอย่างรวดเร็วในอเมริกา ก่อนขยายไปทั่วโลก

ราคาหุ้นพุ่งจาก 0.01 ดอลลาร์ในปี 1996 เป็น 7.16 ดอลลาร์ในปี 2006 คิดเป็นกำไร 71500% หรือ 715 เท่า ผมคิดว่าถ้ากระทิงแดงอยู่ในตลาดหุ้น ราคาก็คงพุ่งแรงไม่ต่างกัน

บริษัท Microsoft เข้าตลาดหุ้นในปี 1986 ด้วยราคา 0.1 ดอลลาร์ จากนั้นขายระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ซึ่งติดตั้งบนคอมพิวเตอร์วินโดวส์ทุกเครื่อง ราคากลายเป็น 200 ดอลลาร์ในปี 2020 คิดเป็นกำไร 200000% หรือ 2000 เท่า

บริษัท AOT หรือการท่าอากาศยานไทยผูกขาดสนามบินหลักในไทย ซึ่งเกาะเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบทุกคนต้องผ่านสนามบินของ AOT

ราคาหุ้นพุ่งจาก 3.73 บาทในปี 2011 เป็น 80 บาทในปี 2019 คิดเป็นกำไร 2000% หรือ 20 เท่า

บ่อยครั้งเทรนด์ใหม่จะมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ บิงโกได้สรุปเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ 9 ชนิดไว้ให้คุณแล้ว และยังมีเรื่อง AI ที่เป็นเทคโนโลยีสำคัญในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

 

3. คู่แข่งสู้ยาก (ความสามารถในการแข่งขันสูง)

คูเมืองจะช่วยป้องกันข้าศึก (คู่แข่ง)

นี่คือสิ่งที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ เรียกว่า “คูเมือง” หรือ “Moat”

มันคืออำนาจลึกลับที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทนี้เท่านั้น ถึงคู่แข่งอยากสู้ก็สู้ไม่ได้ เช่น

  • แบรนด์แข็งแกร่ง
  • ได้สัมปทานผูกขาด
  • มีลิขสิทธิ์
  • โครงสร้างทางธุรกิจเอื้อให้ผูกขาด

กระทิงแดงมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง คนที่ดื่มก็ชอบดื่มทุกวัน บริษัทจึงมีคูเมืองคอยกีดกันคู่แข่งออกไป

AOT ผูกขาดสนามบิน จึงได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากนักท่องเที่ยวที่มาไทย ไม่มีใครแข่งได้

ไมโครซอฟต์มีลิขสิทธิ์คุ้มครองระบบวินโดวส์ จึงไม่มีใครทำวินโดวส์เลียนแบบได้

เฟซบุ๊กไม่ได้มีลิขสิทธิ์หรือสัมปทาน ภาพลักษณ์แบรนด์แทบจะติดลบ แต่คนยังใช้อยู่ทุกวัน เพราะโครงสร้างทางธุรกิจเอื้อให้เกิดการผูกขาด คนเราคงยากจะเปลี่ยนไปใช้โซเชียลมีเดียใหม่ ถ้าเพื่อนเราอยู่ในเฟซบุ๊กหมด นั่นทำให้คู่แข่งใหม่ไม่สามารถเกิดได้ง่ายๆ

 

4. ถ้าบริษัทใหญ่ขึ้น 10 เท่าแล้วไม่ผิดธรรมชาติ

ตรงนี้ต้องใช้จินตนาการหน่อยครับ ให้คุณลองนึกภาพหุ้นที่คุณสนใจ แล้วจินตนาการว่าบริษัทใหญ่ขึ้นอีก 10 เท่า มันผิดปกติไหม?

สมมุติตอนนี้เซเว่นอีเลเว่นอยู่ทั่วประเทศไทยแล้ว ถ้าบริษัทจะขยายอีก 10 เท่า ก็ต้องเปิดร้านเพิ่มอีก 10 เท่า

ลองนึกภาพว่าถ้าเซเว่นใกล้บ้านคุณมีจำนวนเพิ่มอีก 10 เท่า มันจะมากเกินไปไหม? ถ้ามันเกินไป แสดงว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

สมมุติมีหุ้นบริษัทขายสาหร่ายมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ลองคิดดูว่าถ้าเขาจะใหญ่ขึ้น 10 เท่า ก็ต้องมีมูลค่า 1 แสนล้านบาท คุณเคยเห็นบริษัทที่ขายขนมชนิดเดียวจนมูลค่า 1 แสนล้านไหม? ฟังดูเหลือเชื่อไหมล่ะครับ

ถ้ามันฟังดูผิดธรรมชาติเกินไป มันก็คงเป็นไปไม่ได้

หุ้น 10 เด้งจะต้องนึกภาพออกว่าถ้าบริษัทโตขึ้น 10 เท่าแล้วจะเป็นยังไงครับ

 

5. ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์

เจฟ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของโลก

ถ้าบริษัทของคุณผูกขาดด้วยสัมปทาน ผู้บริหารอาจไม่ต้องเก่งมาก

แต่ถ้าบริษัททำธุรกิจชนิดใหม่ของสังคม ยังมีคู่แข่งที่ต้องกวาดล้างอีกมาก คุณจะต้องการผู้บริหารใจเด็ดที่พร้อมรบทุกศึก

ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์หรือ Visionary Leader จะต่างจากผู้บริหารทั่วไปมาก เขาจะกล้าทำสิ่งใหม่และเดิมพันกับอนาคตที่ยังไม่มีอยู่จริง คนแบบนี้เองที่จะสร้างบริษัทให้ใหญ่ขึ้นมา 10 เท่าได้

 

6. ซื้อในสถานการณ์พิเศษที่ทำให้ราคาถูกเกินจริง

ช่วงแรกๆ หุ้น 10 เด้งมักไม่ค่อยมีคนรู้จัก ราคาจึงยังถูกอยู่มาก ถ้าคุณเข้าซื้อเร็วก็จะได้ราคาถูก และมีสิทธิ์รวยกว่าใคร

หรือบางครั้งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หุ้นทุกตัวบนกระดานร่วงมาหมด หุ้นที่คุณสนใจก็ร่วงมาด้วยทั้งที่ธุรกิจยังดีอยู่ คุณก็ซื้อได้ในราคาถูก เวลาขึ้นก็ขึ้นได้แรงครับ

 

7. ซื้อแล้วถือยาว ทนรวยได้

ถ้าคุณซื้อหุ้น AOT ที่ราคา 3.7 แล้วพอขึ้นเป็น 4.5 คุณก็ขาย คุณก็กำไร 20% เอาไปกินขนมได้ แต่คุณจะไม่เห็นกำไร 20 เท่า ยกเว้นคุณจะถือยาวให้ราคามันขึ้นไปเรื่อยๆ เท่านั้น

คนส่วนใหญ่เวลาหุ้นขึ้นแล้วรีบขาย นั่นอาจใช้ได้กับหุ้นทั่วไป แต่ถ้าคุณหวังให้หุ้นของคุณเป็น 10 เด้ง คุณต้องถือยาวและทนรวยให้ได้

 

มือใหม่เริ่มต้นลงทุนได้ง่ายๆ วันนี้

ถ้าคุณเพิ่งหัดเริ่มต้นลงทุน หรือกำลังสนใจอยากเริ่ม คุณสามารถอ่านขั้นตอนง่ายๆ ที่ผมสรุปไว้ให้แล้วได้เลยครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ลองดูหุ้น 6 ชนิดของปีเตอร์ ลินช์ ว่าคุณชอบหุ้นแนวไหน จากนั้นก็คิดหากลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเอง (ใครรู้ตัวว่าชอบนักลงทุนแนว VI หรือลงทุนแนวเน้นคุณค่า เข้าไปอ่านรายละเอียดได้เลย)

และถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มหาหุ้นตัวแรกของคุณกันเลย

หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *