บทเรียนชีวิตและธุรกิจจาก Tony Hsieh มหาเศรษฐีไร้บ้าน ผู้สร้างธุรกิจแสนล้านในวัย 26 ปี

บทเรียนชีวิตและธุรกิจจากโทนี่ เชย์ (Tony Hsieh) มหาเศรษฐีไร้บ้านผู้สร้าง Zappos อีคอมเมิร์ซแสนล้านด้านเสื้อผ้าและรองเท้าในวัย 26 ปี

  • จบมหาลัยฮาร์วาร์ดโดยไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียน
  • ทำฟาร์มไส้เดือนอันดับหนึ่งของโลก…เจ๊ง
  • ทำจดหมายข่าวสนุกๆ…เจ๊ง
  • ซื้อการ์ดคริสต์มาสมาขายต่อ…เจ๊ง
  • ขายอุปกรณ์มายากลให้สมาชิกผ่านไปรษณีย์…เจ๊ง
  • รับทำเข็มกลัดเจ๋งๆ เป็นรูปใครก็ได้…ธุรกิจไม่โต จึงเลิก
  • ได้งานในฝันของใครหลายคนที่บริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำอย่าง Oracle และลาออกใน 5 เดือน
  • นั่งทำเว็บไซต์เล็กๆ สำหรับรวมแบนเนอร์ ขายมันให้ Microsoft เป็นเงิน 8,000 ล้านบาท
  • ลงทุนกับเว็บไซต์ขายรองเท้า เจ้าของเดิมเกือบทำเจ๊ง จนต้องเข้าไปทำเอง และขายไปในราคา 36,000 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องราวส่วนหนึ่งของชีวิตอันน่าตื่นเต้นของคุณโทนี่ เชย์ อดีต CEO ของ Zappos ผู้มีทรัพย์สิน 25,000 ล้านบาท แต่กลับใช้รถเป็นบ้าน อาศัยอยู่ในสวนสนุกในลาสเวกัส และอยู่กับอูฐอัลปาก้า 2 ตัว นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของเขาเหรอ? หรือมันจะเป็นแค่ความพิเรนท์ของเศรษฐีขี้เบื่อ? วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคุณโทนี่ เชย์ และบทเรียนในการใช้ชีวิต ใช้เงิน พัฒนาตัวเอง และทำธุรกิจของเขากัน

สำหรับคนที่อยากรู้จักคุณโทนี่ เชย์ และ Zappos มากขึ้น สามารถอ่านสรุปหนังสือ Delivering Happiness ที่คุณโทนี่เขียนเอง และบิงโกยังมีบทความเกี่ยวกับ Amazon อีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของโลกให้คุณอีกด้วย

 

โทนี่ เชย์ กับ 8,000 ล้านตอนอายุ 24

โทนี่ เชย์ กับอัลปาก้าน้อยคู่ใจ

ในปี 1998 โทนี่ เชย์ ขายบริษัท LinkExchange ที่รวบรวมแบนเนอร์ให้เว็บไซต์ที่ไม่อยากเจรจากับสปอนเซอร์เอง ให้ไมโครซอฟต์ ตอนที่เขาอายุ 24 ปีเท่านั้น

นั่นคือความสำเร็จที่น่าตื่นตาสำหรับเด็กหนุ่มอายุแค่ 24 ปี เงินที่เขาได้จากไมโครซอฟต์นั้นคิดเป็นเงิน 8,000 กว่าล้านบาท คนปกติถ้ามีเงินขนาดนี้ เราคงไปนอนเล่นในบาฮามาส ซื้อสิ่งต่างๆ ในฝัน แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันไปแล้ว …แต่โทนี่ เชย์ ไม่ใช่คนแบบนั้น!

โทนี่ เชย์ นำเงินก้อนนั้นไปตั้งกองทุนสำหรับลงทุนในสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ เขาอยากส่งเสริมนักธุรกิจรุ่นใหม่ (ตอนนั้นเขาอายุ 24 ปี) และเขาอยากมีส่วนร่วมในการปฏิวัติอินเทอร์เน็ตที่กำลังจะเปลี่ยนโลกในตอนนั้น

ด้วยจิตวิญญาณนักธุรกิจ โทนี่ เชย์ จึงชอบให้คำแนะนำด้านการบริหารแก่บริษัทที่เขาไปลงทุนอยู่เสมอ มีสตาร์ทอัพแห่งหนึ่งขายรองเท้าออนไลน์ ซึ่งกำลังจะล้มละลาย เจ้าของเดิมเกือบถอดใจไปแล้ว แต่โทนี่ เชย์ มองเห็นศักยภาพของบริษัทแห่งนี้ และมองว่าอีคอมเมิร์ซคืออนาคตของโลก สตาร์ทอัพแห่งนี้จะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ได้แน่ถ้าบริหารให้ดี

โทนี่ เชย์ เริ่มเข้าไปพัวพันกับสตาร์ทอัพแห่งนี้มากขึ้น ทำไปทำมาเขาจึงเข้าไปเป็น CEO ของบริษัท แล้วจัดแจงเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทใหม่เป็น Zappos เสียเลย เขาใช้เวลา 10 ปีปั้นสตาร์ทอัพเล็กๆ แห่งนั้น จนขายให้ Amazon ไปในราคา 36,000 ล้านบาท (อ่านบทความ Amazon อีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของโลก) และตอนนี้บริษัท Zappos ก็ได้เติบโตจนมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว

 

สร้างธุรกิจหมื่นล้านจากความสุข

ออฟฟิศ Zappos ใครจะเอาอะไรมาติดก็ได้

ถ้าคุณโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลสินค้าบางอย่างที่ call center คุณคิดว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร?

หลายคนอาจตอบว่า 5 นาที, 15 นาที, หรือราว 1 ชั่วโมง

แต่ถ้าคุณโทรมาที่ Zappos พนักงานของที่นี่จะคุยกับคุณได้นานมากกว่า 10 ชั่วโมง

นั่นเป็นเพราะวัฒนธรรมองค์กรที่โทนี่ เชย์ สร้างไว้อย่างน่ามหัศจรรย์

กฎเหล็กที่โทนี่ เชย์ ตั้งไว้ที่ Zappos ก็คือ เขาจะ “ไม่จ้างคนที่ไม่อยากชวนออกไปเที่ยวด้วย” ถึงแม้ว่าคนนั้นจะมีทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมก็ตาม ทั้งหมดนี้เพื่อสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทุกคนสนิทสนมกลมเกลียวกัน

ฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระใช่ไหมครับ แค่คุณจ้างคนที่อยากออกไปเที่ยวด้วย จะทำให้ธุรกิจดีขึ้นได้แค่ไหนกันเชียว? แต่ลองนึกภาพดูว่าถ้าคุณทำงานในบริษัท แล้วคุณไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน หรือไม่ชอบเจ้านาย มันย่อมส่งผลต่อการทำงานของคุณ คุณอาจไม่ตั้งใจทำงาน หรือทำได้ไม่ดี เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการคุยงานหรือถามความคิดเห็นก็ยากขึ้น อุปสรรคเล็กๆ เหล่านี้เมื่อสะสมมากขึ้น ในที่สุดก็จะส่งผลร้ายต่อองค์กรและธุรกิจ

แต่ถ้าทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกคนก็มีความสุข สุขภาพจิตดี คนที่มีความสุขก็พร้อมจะทำดีต่อกันมากขึ้น งานก็ออกมาดี พูดคุยปรึกษากันก็ง่าย สมมุติว่าเขาต้องไปติดต่อลูกค้า เขาก็จะไม่ทำหน้าปวดอึไปนำเสนอสินค้า พูดคุยยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกค้าก็ชื่นชอบ ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง

ในหนังสือ Start with Why และหนังสือ Tribes คุณจะพบว่าเมื่อคนเรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เราก็จะมีความสุขและพร้อมทำดีต่อกันมากขึ้น ยิ่งทุกคนคิดไปในทางเดียวกัน

อันที่จริง หลักคิด “จ้างคนที่เราชื่นชอบและอยากไปเที่ยวด้วย” ก็ถูกนำมาใช้ในบริษัทรุ่นใหม่อย่างกูเกิล (เรียนรู้วิธีทำงานของกูเกิลได้ใน How Google Works) บริษัทอย่างกูเกิลถึงกับจ้างเชฟมือดีมาทำอาหารชั้นหนึ่งให้ทานฟรี เพื่อให้ทุกคนได้ทานข้าวร่วมกันและมีความรู้สึกเป็นครอบครัว

 

ค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหล

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือธุรกิจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องหาสิ่งที่คุณหลงใหลให้เจอ นี่คือคติการใช้ชีวิตที่โทนี่ เชย์ ยึดถือมาตลอด

เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองมีความหลงใหลในเรื่องใด มันจะช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องยุ่งยากในชีวิตได้ง่ายขึ้น เพราะคุณจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ถ้าคุณชอบทำธุรกิจ คุณรู้สึกมีความสุขกับการขับเคลื่อนธุรกิจ ถึงธุรกิจของคุณจะมีปัญหาบ้าง คุณก็จะหาวิธีแก้ไขต่อไปได้ แต่ถ้าคุณทำธุรกิจที่คุณไม่ชอบ ต่อให้ช่วงแรกไปได้สวย ในที่สุดคุณจะเจออุปสรรค แล้วคุณก็จะเลิกได้ง่ายมาก

ไม่มีธุรกิจใดในโลก หรือเส้นทางชีวิตใดที่ไม่มีอุปสรรคเลย แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่ชอบสิ่งที่คุณทำ แล้วเจอคู่แข่งรายใหม่ที่เงินหนากว่า พนักงานคนสำคัญลาออก หรือลูกค้าเปลี่ยนรสนิยม? คุณคงทิ้งธุรกิจแล้วกลับไปทำงานประจำ นั่นเพราะคุณไม่มีแรงบันดาลใจที่จะสู้ต่อ

คนเราไม่ควรทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบต่อให้สิ่งนั้นจะผลิตรายได้กลับมาให้คุณทุกเดือน เพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับการได้ทำในสิ่งที่คุณหลงใหล ดังนั้นจงซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเอง เลิกตามหาเงิน แล้วเริ่มหาความหลงใหลแทน สิ่งที่ฟังดูย้อนแย้งก็คือ คนที่ทำสิ่งที่ตัวเองหลงใหล สุดท้ายกลับจะหาเงินได้มากกว่าคนที่ทำสิ่งต่างๆ เพื่อเงิน

โทนี่ เชย์ มีวิธีที่จะช่วยให้คุณหาความหลงใหลพบคือ คุณต้องลองทำหลายๆ อย่าง แล้วดูว่าอะไรที่ทำให้หัวใจคุณเต้นรัว

 

ชีวิตก็เหมือนไพ่โป๊กเกอร์ที่สำรับไพ่มีมากกว่า 52 ใบ 

 

ถ้าคุณมองชีวิตของโทนี่ เชย์ คุณจะเห็นรายชื่อความล้มเหลวของเขาเรียงต่อกันนับไม่ถ้วน แต่เขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? เคล็ดลับอยู่ที่วิธีการมองโลก วิธีใช้เงิน และทัศนคติของเขา

“จงมองหาโอกาสที่ไกลกว่า คุณไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะไปเจอกับใคร ได้ทำสิ่งใด หรือมีเพื่อนเป็นใคร”

โทนี่ เชย์ ไม่ได้มองแค่ปัจจุบัน แต่ทุกครั้งที่เขาทำอะไร เขาจะมองหาโอกาสที่ใหญ่กว่านั้นเสมอ เขาไม่ได้มุ่งชนะโป๊กเกอร์เกมเดียวที่กำลังเล่น แต่วางแผนจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

นอกจากนี้ เรายังเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตและทำธุรกิจของเขาได้อีกหลายข้อ ซึ่งเขาเขียนไว้ในหนังสือ Delivering Happiness ของเขา (บิงโกได้สรุปหนังสือเล่มนี้ไว้ให้คุณอ่านอย่างจุใจ)

  • เตรียมพร้อมรับมือกรณีที่แย่ที่สุดเสมอ
  • คนที่ผู้อื่นเห็นด้วยมากที่สุด ไม่ใช่คนที่หาเงินได้มากที่สุดในระยะยาว
  • คนที่ไม่มีใครเกลียดเลย ไม่ใช่คนที่หาเงินได้มากที่สุดในระยะยาว
  • เลือกเส้นทางที่มีโอกาสสำเร็จครั้งใหญ่ ไม่ใช่เสี่ยงน้อยที่สุด
  • ต้องมีเงินสำรองไว้มากพอสำหรับเกมที่คุณกำลังเล่น และความเสี่ยงที่คุณกำลังแบกรับ
  • อย่าลงเงินมากกว่าที่คุณจะเสียไหว
  • จงเล่นเกมระยะยาว ในระยะสั้นคุณอาจล้มบ้าง แพ้บ้าง ท้อแท้บ้าง มีคนไม่เห็นด้วยบ้าง แต่สิ่งสำคัญคือระยะยาวต่างหาก
วางแผน ยึดมั่นในกลยุทธ์ ยืดหยุ่นในยุทธวิธี

โทนี่ เชย์ ทำธุรกิจและเลือกทางเดินชีวิตอย่างมีหลักการ เขายอมถอยในเกมที่ไม่ถนัด กล้าได้กล้าเสียในเวลาที่พร้อมเอาชนะ ปรับตัวอยู่ตลอด และมุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา
  • อย่าเล่นเกมที่คุณไม่เข้าใจ ถึงแม้ว่าคนอื่นจำนวนมากกำลังทำมัน
  • หัดเล่นเกมให้เป็นตั้งแต่ตอนที่เดิมพันยังไม่สูง อย่าไปหัดเล่นตอนที่คุณกำลังวางเดิมพันก้อนใหญ่
  • อย่าโกง ระยะยาวคนโกงจะไม่ชนะ
  • ยึดมั่นกับหลักการของตนเอง (นักลงทุนมือหนึ่งเรย์ ดาลิโอ สอนวิธีหาหลักการที่ดีในหนังสือ Principles)
  • ปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นตามสถานการณ์ เพราะคนอื่นจะปรับกลยุทธ์ของพวกเขาทั้งคืน
  • คนที่อึดและอดทนที่สุดจะชนะ
  • อย่าทำตามสิ่งที่คนอื่นบนโต๊ะกำลังทำ
  • อย่าคิดจะชนะด้วยความหวังอย่างเดียว

 

กระหายที่จะเรียนรู้ มองเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม แล้วคุณจะได้ความสุขกลับมา

นึกภาพตัวคุณเองตอนนี้กับตัวคุณเองในอีก 10 ปีข้างหน้า

ถ้าคุณเห็นคนเดียวกัน คุณกำลังมีปัญหาใหญ่แล้ว เพราะคุณมองไม่เห็นความก้าวหน้าในชีวิตเลย 10 ปี

คุณต้องเติบโตและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคุณควรเปิดรับความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ กล้าลองสิ่งใหม่ และกล้ารับผิดชอบมากขึ้น เพื่อที่คุณจะได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เหมือนกับที่สตีฟ จอบส์ กล่าวไว้ว่า “Stay hungry. Stay foolish.” (จงกระหายที่จะเรียนรู้ จงเป็นคนโง่อยู่เสมอ) อ่านวิธีคิดของสตีฟ จอบส์ อย่างละเอียดได้ที่นี่

โทนี่ เชย์ ใช้หลักการนี้ที่บริษัท Zappos เช่นกัน เชย์จะสนับสนุนให้พนักงานเจอความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำให้พวกเขามีอิสระในการคิดเสนอไอเดียใหม่ๆ มีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าพูดในที่ประชุมมากขึ้น โทนี่ได้พูดถึงเทคนิคการเรียนรู้ของเขาในหนังสือ Delivering Happiness ดังนี้

  • อ่านหนังสือให้มาก เรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์ทำสิ่งที่คุณอยากทำ
  • เรียนรู้ด้วยการลงมือทำจริง คุณจะเรียนรู้ทฤษฎีมาแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่เคยทำจริงเลย ก็ไม่เก่งเท่าคนที่มีประสบการณ์สูง
  • รายล้อมตัวคุณด้วยคนเก่งๆ บิงโกมีหนังสือ “แค่มองให้เป็น ก็ได้คนเจ๋งๆ มาทำงานกับเรา” ที่จะสอนวิธีรายล้อมตัวคุณด้วยคนที่ดี ทั้งในการทำธุรกิจ การทำงาน การหาคู่ครอง และการใช้ชีวิต
  • ถึงคุณจะชนะโป๊กเกอร์สักตา ก็ไม่ได้แปลว่าคุณเก่ง คุณอาจจะแค่โชคดี ผู้ชนะที่แท้จริงคือคนที่ยืนอยู่ได้ตลอดค่ำคืนนั้น และเรียนรู้ตลอดชีวิตต่างหาก
  • อย่ากลัวที่จะปรึกษาขอคำแนะนำจากผู้อื่น
  • อย่าซ่า อย่าอวดดี มีคนที่เก่งกว่าคุณเสมอ

นอกจากนี้ จงมองให้ไกลและกว้างกว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ แม้ว่า Zappos เป็นบริษัทขายรองเท้าและเสื้อผ้า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาขายจริงๆ การส่งมอบความสุขโดยการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมต่างหากคือสิ่งที่พวกเขาขาย ไม่ว่าจะเป็นการเซอร์ไพรส์ลูกค้าหรือบริการฟรีค่าจัดส่ง Zappos นึกถึงเป้าหมายระยะยาวในใจเสมอซึ่งสิ่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างรายได้

คุณเองก็สามารถตั้งเป้าหมายระยะยาวในชีวิตและธุรกิจได้ เริ่มจากถามตัวเองว่า ทำไม? คุณกำลังทำอะไรอยู่ และทำไปทำไม? เมื่อคุณทำสิ่งนั้นเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า คุณจะมีความสุขกลับมา

เหมือนอย่างที่โทนี่ เชย์ สร้าง Zappos และวัฒนธรรมองค์กรของเขาขึ้นมา เพื่อมอบความสุขสำหรับลูกค้าและพนักงานของเขานั่นเอง

 

เลือกโต๊ะเล่นให้ถูก ไม่งั้นคุณจะเสียใจไปทั้งคืน

“ขยันผิดที่สิบปีก็ไม่รวย” คงเป็นคำพูดที่ใช้ได้ทั่วโลก เพราะคุณโทนี่ เชย์ จากอเมริกาก็คิดแบบนี้เช่นกัน

การทำธุรกิจ ลงทุน หรือสร้างตัวก็เช่นกัน ถ้าคุณไปอยู่ผิดที่ ความพยายามของคุณก็จะสูญเปล่า เหมือนการเลือกเล่นโต๊ะโป๊กเกอร์ที่มีแต่คนเขี้ยวลากดิน คุณจะชนะได้ยาก

ถ้าคุณกำลังทำธุรกิจ คุณโทนี่ เชย์ มีคำแนะนำดังนี้

  • เลือกโต๊ะเล่นให้ถูก ไม่งั้นคุณจะเสียใจไปทั้งคืน จงเลือกธุรกิจที่จะทำให้ดี งานที่คุณทำ หรือเส้นทางชีวิตที่จะเลือกเดิน เพราะมันจะตัดสินอนาคตของคุณได้
  • เปลี่ยนโต๊ะเล่นเถอะ ถ้าคุณพบว่าโต๊ะที่คุณนั่งอยู่มันชนะยากเหลือเกิน
  • ถ้าคู่แข่งของคุณโหดเกิน ต่อให้คุณเก่งมากก็ชนะยากอยู่ดี
  • ทำตัวอ่อนแอเวลาได้เปรียบ ทำตัวได้เปรียบเวลาอ่อนแอ จงบลั๊ฟให้ถูกจังหวะ
  • จงเป็นมิตรกับคนอื่น วงการนี้มันแคบ จำไว้

 

เรียนคอร์สลงทุนจาก Set หนังสือ “นักลงทุนมือหนึ่งของโลก”

บิงโกมีคอร์สสอนลงทุนที่จะคุณอาจสนใจ คอร์สนี้จะสอนคุณตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง มือใหม่เรียนจบก็พร้อมลงทุนจริงได้เลย

คอร์สนี้ถูกออกแบบให้พิเศษกว่าคอร์สลงทุนทั่วไป เพราะมาจากหนังสือลงทุนของเซียนหุ้นระดับโลก ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ ลินช์, เบนจามิน เกรแฮม, ดร.นิเวศน์ และอื่นๆ จนเหมือน “นักลงทุนระดับโลกมาสอนคุณเอง” ทุกเล่มที่เราคัดมาคือหนังสือลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น “ของจริง” และจะร่นเวลาให้คุณลงทุนได้เก่งกาจอย่างรวดเร็ว

คอร์สนี้จะให้คุณมากกว่าความรู้ในหนังสือแต่ละเล่มรวมกัน เพราะเวลาคุณอ่านหนังสือเอง บางครั้งคุณอาจมองข้ามแก่นสำคัญ หรือไม่เข้าใจความคิดของคนเขียนอย่างแท้จริง แต่ผมจะนำจุดสำคัญทุกจุดมาอธิบายให้คุณอย่างครบถ้วน พร้อมยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับแนวคิดการลงทุนที่ถูกต้องโดยสมบูรณ์ คุณจะได้รับ…

  • วิดีโอที่อธิบายแนวคิดในหนังสือลงทุนระดับโลกอย่างละเอียด ดูซ้ำได้ตลอดชีพ พร้อม Mind Map สรุปหนังสือทุกเล่มให้คุณทบทวนทีหลังได้ง่าย
  • เนื้อหาแยกเป็นพื้นฐาน กลาง สูง ให้เลือกเรียนได้ตามระดับความชำนาญ
  • ความรู้ที่ครบถ้วนในการลงทุนทุกด้าน ทั้งกลยุทธ์ แนวคิด การวิเคราะห์มูลค่า การอ่านงบการเงิน จิตวิทยาการลงทุน ไปจนถึงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งคัดมาเน้นๆ อธิบายให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเรียนรู้โดยใช้เวลาเสี้ยวเดียวของการอ่านหนังสือหรือศึกษาเอง

ดูรายละเอียด

 

บทความที่คุณอาจชอบยิ่งกว่าเรื่องราวของโทนี่ เชย์ (Tony Hsieh)

นอกจากเรื่องราวของโทนี่ เชย์ บิงโกมีบทความดีๆ อีกมากที่คุณอาจสนใจ ดังนี้

  • เมื่อคุณรู้หลักของ Zappos คุณอาจลองเปรียบเทียบกับหลักของกูเกิลใน How Google Works ซึ่งเป็นวิธีทำธุรกิจที่อดีต CEO ของกูเกิล เอริค ชมิตต์ เขียนด้วยตัวเอง เพื่อสอนการทำธุรกิจในสไตล์กูเกิล
  • รู้จักกับ AI ที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมองว่าจะเปลี่ยนโลกยิ่งกว่าไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร AI จะมีผลต่อคุณไม่ช้าก็เร็ว และคนที่รู้จักมันเร็วที่สุด ก็คือคนที่จะคว้าโอกาสใหญ่ได้ก่อนใคร
  • โทนี่ เชย์ คือหนึ่งในนักธุรกิจเทคโนโลยีที่โด่งดังของอเมริกา แต่ยังมีอีกหลายคนที่คุณอาจจะอยากรู้จัก ทั้งแจ็ค ดอร์ซี่ย์ ผู้ก่อตั้ง Twitter, อีลอน มัสก์ นักสร้างนวัตกรรมอัจฉริยะ, และแดเนียล เอ็กค์ ผู้ก่อตั้ง Spotify
  • หนังสือ Think Like Zuck และ Becoming Facebook จะมาบอกแนวคิดของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและ CEO ของเฟซบุ๊ก ที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ ของเด็กมหาวิทยาลัยจนเป็นบริษัทระดับโลก
  • คุณอาจสนใจวิธีคิดที่ไม่ธรรมดาของโทนี่ เชย์ และอยากลับคมความคิดบ้าง ลองมาดูแนวคิดของเรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์ระดับโลกที่มีทรัพย์สินถึง 6 แสนล้านบาทใน Principles

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *