สรุปหนังสือ The Millionaire Fastlane เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี

สรุปหนังสือ The Millionaire Fastlane หรือ “เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี” ของ MJ DeMarco

มี 3 เส้นทางในชีวิตที่คุณจะเลือกเดินเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ได้แก่เลนช้า เลนเร็ว และฟุตบาท หนังสือเล่มนี้จะสอนวิธีเดินบน “เลนเร็ว” ให้คุณสร้างตัวได้เร็วที่สุด

เราถูกสอนให้เรียนสูงๆ เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และลงทุนเพื่อสร้างตัวในระยะยาว

แต่จะมีความหมายอะไรถ้าคุณมีเงินพันล้านในวันที่นอนป่วยติดเตียง? ต่อให้คุณลงทุนจนรวยตอนแก่จริง คุณก็ไม่สามารถมีความสุขกับชีวิตได้ในวันที่ยังหนุ่มสาวและแข็งแรง

การที่คุณเอาชีวิตไปฝากไว้กับการลงทุน คุณยังต้องคอยกังวลว่าตลาดหุ้นจะตกหนักไหม หุ้นของคุณจะราคาเหลือครึ่งเดียวเมื่อไรก็ได้ นับเป็นเส้นทางที่ขลุกขลักและอันตรายไม่น้อย (ตลาดหุ้นตกควรทำไง? บิงโกมีคำตอบ)

หนังสือ The Millionaire Fastlane เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี

หนังสือ The Millionaire Fastlane จะสอนให้คุณเปลี่ยน “Mindset” เกี่ยวกับเงิน และมองความมั่งคั่งในมุมใหม่ เพื่อให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุน้อย เช่นเดียวกันในหนังสือ The 4-Hour Workweek

แนวทางของ The Millionaire Fastlane จะสอนให้คุณรวยเร็วที่สุด จึงเป็น “เลนเร็ว” ของการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งต่างจากหนังสือพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad, Poor Dad) ที่สอนให้คุณลงทุนให้เงินงอกเงยในระยะยาว อันที่จริง คุณไม่ต้องเลือกทางเดียวก็ได้ คุณเลือกทั้งเลนเร็ว และพอมีเงินเหลือก็ไปลงทุน แค่นี้ชีวิตก็สบายสองเท่า มันจะเป็นหลักประกันให้คุณด้วย ผมมีขั้นตอนง่ายๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มลงทุนครับ

กลับมาดู The Millionaire Fastlane กันดีกว่าครับ สรุปอันเข้มข้นอยู่ข้างล่างแล้ว

 

เรื่องที่คุณโดนหลอกมาตลอดชีวิต

คนรอบตัวคงบอกให้คุณเรียนสูงๆ หางานดีๆ ทำ แล้วเอาเงินไปลงทุน

อีก 40 ปีคุณก็จะสบาย…

แต่เขาบอกความจริงคุณครึ่งเดียว ผมจะบอกอีกครึ่งให้ฟัง

  1. เงินเดือนของคุณไม่ได้ขึ้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายคุณจะพบว่าเงินเดือนหยุดโต และไม่พอใช้หลังเกษียณด้วยซ้ำ (ลองอ่านบทความของผม คำนวณดูก็ได้ว่า เงินออมของคุณจะพอเกษียณไหม)
  2. บริษัทไม่ได้จ่ายเงินเดือนตามสิ่งที่คุณทำ ต่อให้คุณทำงานได้ 5 เท่าของคนอื่น บริษัทก็จ่ายคุณแค่ 200% ของคนอื่น เท่ากับว่าคุณทำมากได้น้อย
  3. เงินเฟ้อจะกินเงินที่คุณออมไว้จนหมด (เงินเฟ้อคืออะไร? อยู่เฉยๆ คุณก็จน) กระทั่งคุณลงทุนแบบ VI ถ้าผลตอบแทนไม่ได้สูงพอ เงินของคุณก็ไม่ได้งอกเงยเท่าไรหลังคิดเงินเฟ้อแล้ว เช่น คุณใน 20 ปีข้างหน้าอาจออมเงินได้สัก 10 ล้านบาท แต่เงินก้อนนั้นมีค่าเท่า 3 ล้านบาทหลังหักเงินเฟ้อ คุณจะเกษียณยังไงด้วยเงินแค่นี้? อย่าลืมว่าคุณอายุมากขึ้นอีก 20 ปีนะ
  4. อีกวิธี คุณสามารถ “เกษียณตั้งแต่ยังอายุน้อย” ในวันที่คุณยังแข็งแรง สามารถ “ใช้ชีวิต” อย่างเต็มที่ และมีความสุขกับคนที่คุณรัก ไม่ต้องรออีก 40 ปี

 

ปัญหาของปริญญาราคาแพง

คนรุ่นใหม่จำนวนมากคิดว่าต้องเรียนสูงๆ ชีวิตจึงประสบความสำเร็จ

บางคนลำบากไปเรียนถึงเมืองนอก จ่ายค่าเล่าเรียนไปหลักล้าน เพื่อใบปริญญาว่า “จบนอก” แต่พวกเขาลืมคิด “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (Opportunity Cost) ว่าการที่เขาเสียเงินและเวลาล่าใบปริญญา มันมีค่าใช้จ่ายราคาแพงซ่อนอยู่

บิงโกเจาะลึกเรื่องนี้อย่างละเอียดในบทความ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ในที่นี้ผมจะเล่าให้คุณอีกรอบ

ปริญญาเอกหนึ่งใบใช้เวลาเรียน 3-5 ปี สมมติว่าคุณใช้ 4 ปี นั่นคือเวลา 48 เดือนที่คุณจะไม่ได้รับเงินเดือน

ถ้าสิ้นปีคุณได้โบนัส 2 เดือน เงินเดือนที่คุณเสียไปจะกลายเป็น 56 เดือนที่หายไป

คนที่เงินเดือน 25,000 จะสูญเงินไป 1.4 ล้าน

คนที่เงินเดือน 50,000 จะสูญเงินไป 2.8 ล้านกับค่าเสียโอกาสในการเรียนปริญญาเอก

อย่าลิมว่านี่ยังไม่ได้คิดค่าเล่าเรียน ถ้าคุณเรียนในประเทศอาจเสียเงินอีกหลักแสน และถ้าคุณเรียนเมืองนอกอาจต้องจ่ายอีกเกือบสิบล้าน

  1. “เงินลงทุน” กับใบปริญญาของคุณจึงราคาสูงมาก คุณเริ่มต้นชีวิตช้ากว่าใคร เหมือนปล่อยให้เพื่อนสร้างตัวเสร็จแล้วคุณค่อยเริ่ม
  2. ไม่มีอะไรรับประกันว่าใบปริญญาของคุณจะช่วยให้หางานได้ ต่อให้มันเพิ่มเงินเดือนคุณสัก 20,000 บาท คุณจะต้องใช้เวลาอีกเป็นสิบปีในการถอนทุนคืน ยั่งไม่คิดดอกเบี้ยและค่าเสียโอกาสจากการต่อยอดเงินนั้นให้งอกเงย

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนผัดก๋วยเตี๋ยวขายบางคนจึงร่ำรวยกว่าด็อกเตอร์ปริญญาเอก

เพราะแม้เขารายได้ไม่สูง เขาก็มีแต้มต่อ เพราะสร้างตัวเร็วกว่า เขาจึงจ่าย “ค่าเสียโอกาส” น้อยกว่า

คนที่วางแผนจะ “เรียนสูงๆ ทำงานที่ดี มีชีวิตที่ดี” อาจไม่ได้คิดรอบด้าน จึงไม่ทันเห็นเส้นทางอื่นที่ “นอกกรอบ” กว่า อย่างเช่นสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและทำเงินให้คุณตลอดเวลาแม้ยามหลับ

สมัยนี้สร้างธุรกิจง่ายกว่าที่คิด คุณแค่รู้วิธีใช้เครื่องมือออนไลน์ ก็เริ่มธุรกิจได้ง่ายๆ แล้ว ลองดูสรุปหนังสือ Crush It และ 4-Hour Workweek ดูครับ นอกนั้นยังมีหนังสือ $100 สร้างธุรกิจสไตล์คนเงินน้อย

อย่าลืมว่าคนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นสตีฟ จอบส์, บิล เกตส์ หรือเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์

 

3 เส้นทางสู่ความมั่งคั่ง

วิธีรวยเร็วมีอยู่จริง วิธีรวยช้ามีอยู่จริง และวิธีจนถาวรก็มีจริงเช่นกัน

หนังสือ The Millionaire Fastlane แบ่งเส้นทางสู่ความมั่งคั่งเป็น 3 ทาง

  1. เส้นทางยากจน (The Sidewalk)
  2. เส้นทางรวยช้า (The Slowlane)
  3. เส้นทางรวยเร็ว (The Fastlane)

ไม่มีใครรวยชั่วข้ามคืน ไม่มีใครจนชั่วข้ามคืน ความร่ำรวยมาจากสิ่งที่คุณทำทุกวัน สะสมทบต้นไปจนเกิดผล

คนที่ทำสิ่งเดิมซ้ำๆ แล้วหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง เรียกว่าคนบ้า ถ้าคุณไม่พอใจกับเลนที่คุณเดินอยู่ จงเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำเสีย

1. เส้นทางยากจน (The Sidewalk)

  • ความมั่งคั่งมาจากเงินเดือน+หนี้สิน
  • ไม่มีการวางแผนการเงินเลย
  • ได้เงินเดือนมาก็ใช้หมด ก่อหนี้เพื่อบำเรอกิเลส ใช้เงินเกินตัว ไม่คิดถึงอนาคต
  • ไม่คิดเรียนรู้วิธีหาเงิน ออมเงิน และบริหารเงินให้งอกเงย จึงมีปัญหาเรื่องเงินตลอดเวลา

2. เส้นทางรวยช้า (The Slowlane)

  • ความมั่งคั่งมาจากเงินเดือน+ลงทุน
  • เก็บเงินเพื่ออนาคต ทำงานเพื่อคนอื่น ท้ายที่สุดจะเป็นคนธรรมดา
  • พยายามเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองด้วยการเรียน MBA ซึ่งค่าใช้จ่ายสูง (มาอ่าน MBA ด้านการเงินใน 15 นาทีของบิงโกดีกว่า ฟรีและความรู้เท่ากัน)
  • คุณเป็นพนักงานที่ทำงานหนัก อนาคตก็เป็นหัวหน้าที่ทำงานหนักขึ้น
  • รวยตอนแก่ถ้าคุณลงทุนได้ดี

3. เส้นทางรวยเร็ว (The Fastlane)

  • ความมั่งคั่งมาจากกำไรของธุรกิจ และมูลค่าของธุรกิจที่คุณสร้าง
  • สร้าง “ระบบ” ที่ผลิตสิ่งที่คนอื่นยอมจ่ายเงินซื้อ
  • ถ้าอยากสร้างเงินล้าน ก็ต้องทำสิ่งที่มีประโยชน์กับคนนับล้าน และเขาอยากจ่ายเงินให้
  • ควบคุมชะตาชีวิตของตนเอง
  • รวยเร็ว สนุกกับชีวิตตั้งแต่อายุน้อย

เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี

เลือกเส้นทางรวยเร็วดีกว่า

ทางเดียวที่จะรวยเร็วคือสร้างธุรกิจของคุณ

  • เราดูข่าวอายุน้อยร้อยล้านสร้างธุรกิจแล้วรู้สึกเหมือน “รวยชั่วข้ามคืน” แต่มันไม่ใช่ พวกเขาต่างต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
  • ถ้าคุณอยาก “รวยชั่วข้ามคืน” คุณกำลังมีวิธีคิดที่ผิด คุณจะมีแนวโน้มทำสิ่งที่เสี่ยงเกินไป หรือมองไม่เห็นโอกาสใหญ่ที่ใช้เวลานาน คุณจึงควรวางแผนให้ดี มองให้ไกล มองให้ยาว
  • คุณต้องสร้างธุรกิจที่ดำเนินเองได้โดยคุณไม่ต้องคอยดูทุกวัน ธุรกิจของคุณต้องอยู่ได้แม้คุณจะป่วยเข้าโรงพยาบาล

คุณ MJ DeMarco สอนขั้นตอนเริ่มต้นธุรกิจได้แก่

  1. หาตลาดที่มีความต้องการ
  2. วางแผนธุรกิจ
  3. เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการทำธุรกิจให้เป็นจริง

 

เลิกเป็นผู้บริโภค เริ่มมองในมุมผู้ผลิต

ตั้งแต่เราเกิดมา เราเรียนรู้จะเป็นผู้บริโภคมาตลอด

เราซื้อของ เราดูโฆษณา เราตัดสินใจว่าจะกินข้าวที่ไหน ใส่เสื้ออะไร ใช้สินค้าแบรนด์ใด นี่เป็นมุมมองที่คับแคบ

คุณจะมองเห็นโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ได้ดีขึ้นเมื่อคุณมองแบบ “ผู้ผลิต” ว่าเบื้องหลังสินค้าที่เราใช้เขาทำมันได้ยังไง เราจะได้เรียนรู้จากโมเดลธุรกิจเหล่านั้น

  1. ทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้สินค้าชิ้นนี้พิเศษ
  2. เข้าใจว่าสินค้าตัวนี้ทำรายได้ยังไง ผลิตยังไง โมเดลธุรกิจเป็นไง
  3. โฟกัสไปที่เทคนิคการตลาดและรายละเอียดสินค้า คุณจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มาปรับใช้กับธุรกิจของคุณ

 

“ทำสิ่งที่คุณรัก” เป็นคำแนะนำที่ห่วยแตก

  • ลูกค้าไม่สนใจว่าคุณรักสิ่งที่ทำไหม ลูกค้าสนใจว่าสิ่งที่คุณทำมีประโยชน์กับพวกเขาไหม
  • คนส่วนใหญ่คิดถึงแต่ตัวเอง เราจึงมักคิดถึงสินค้าที่ตัวเองชอบ หรือสินค้าที่ตัวเองอยากใช้ มันอาจทำให้คุณหลงทำธุรกิจผิดทางได้
  • สิ่งที่คุณขายต้องมีประโยชน์กับลูกค้าถึงขั้นเขายอมจ่ายเงินซื้อ
  • สิ่งที่คุณขายต้องเหมาะกับลูกค้าเป้าหมาย อย่าขายกระเป๋าหรูให้คนหาเช้ากินค่ำ

คุณสามารถ “ทำสิ่งที่ตัวเองรัก” และประสบความสำเร็จได้ แต่…

  • อย่าประเมินมันต่ำไป หลายคนคิดว่าทำสิ่งที่ชอบก็พอ แต่คุณจะไปได้ดีก็ต่อเมื่อคุณคือสุดยอดในวงการนั้น เพราะคุณต้องแข่งกับคนอื่น คนที่ทุ่มเทที่สุดและเก่งที่สุดเท่านั้นที่ชนะ
  • ถ้าคุณอยากร้องเพลง เต้นรำ หรือเป็นนักแสดง เตรียมใจเหงื่อตกได้เลย คน 1% เท่านั้นที่จะรอดไปถึงจุดสูงสุด การแข่งขันสายนี้สูงมาก

 

เทคนิคหาไอเดียธุรกิจ

  • หมั่นคิดหาไอเดีย
  • คิดได้แล้วให้รีบลองทดสอบว่าไอเดียใช้ได้ไหม
  • อย่าหยุดเรียนรู้ จงพัฒนาตัวเองทุกวัน
  • ฟังพอดแคสต์ระหว่างรถติด อ่านบทความบิงโก
  • วิเคราะห์สินค้าต่างๆ ที่คุณพบเจอ เขาทำมาขายใคร? ทำไมคนจึงซื้อ? คนซื้อลักษณะอย่างไร? มีสินค้าใกล้เคียงกันไหม?
  • อย่ามองที่เงิน ให้มองว่า “จะขายอะไรที่มีประโยชน์กับคนอื่น”

 

“เงิน” vs “ความมั่งคั่ง”

มีสุขภาพที่แข็งแรง อยู่กับคนที่คุณรัก

ความมั่งคั่งไม่ใช่เงินอย่างเดียว แต่เกิดจาก 3 สิ่ง

  1. ความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
  2. สุขภาพร่างกาย
  3. อิสรภาพ

มีคนจำนวนมากร่ำรวยเป็นร้อยล้าน แต่พวกเขาไม่ได้ “มั่งคั่ง” เพราะพวกเขาไม่มีความสุข พวกเขาอาจ “มีเงิน” แต่สุขภาพทรุดโทรม ขาดเพื่อนฝูง ขาดครอบครัวที่อบอุ่น หรือขาดอิสรภาพ

เงินช่วยให้คุณมีสิ่งเหล่านี้ได้ แต่คุณไม่สามารถโยนเงินไปแล้วตู้ม! เกิดเป็นโกโก้ครันช์ภายใน 30 วินาที

สุขภาพที่ดีต้องใช้เวลาสร้างและรักษา ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากคุณเอาเงินตบหน้าเพื่อนแล้วเขายิ้มให้คุณ สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาและความตั้งใจในการสร้างขึ้นมา

แต่เงินสามารถมอบอิสรภาพให้คุณได้ 100% คุณสามารถนำเงินไปซื้อหุ้นปันผล หรือลงทุนด้านต่างๆ แล้วมีรายได้มาใช้ชีวิตให้เต็มที่ โดยไม่ต้องเครียดเรื่องงานประจำ ขายเวลาแลกเงินอีกต่อไป

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ที่จริงอิสรภาพทางการเงินมี 5 ระดับ ถ้าคุณอยากเข้าใจมันมากขึ้น อ่านต่อในนี้ได้เลยครับ

เมื่อคุณมีเงินมากขึ้น อย่าลืมใช้มันเพื่อ “ความมั่งคั่ง” 3 ด้านนี้นะครับ

 

เริ่มต้นลงทุนได้ง่ายๆ วันนี้

แนวทางของ The Millionaire Fastlane คือให้คุณสร้างธุรกิจ แต่ถ้าคุณกำลังสร้างความมั่งคั่ง คุณก็ควรรู้เรื่องการลงทุนด้วยหรือก็คือ “วางเงินให้อยู่ถูกที่” แล้วรอให้มันงอกเงย  แค่นี้ก็จะสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้คุณในระยะยาว เหมือนที่เขาบอกว่า การลงทุนเป็นหนทางสู่อิสรภาพทางการเงิน

ถ้าคุณเพิ่งหัดเริ่มต้นลงทุน หรือกำลังสนใจอยากเริ่ม คุณสามารถอ่านขั้นตอนง่ายๆ ที่ผมสรุปไว้ให้แล้วได้เลยครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากลงทุนหุ้น คุณควรศึกษากลยุทธ์ต่างๆ ให้ดี ผมได้สรุปกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่นิยมที่สุด 4 สไตล์ไว้ โดยวิธีที่ผมแนะนำคือการลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือ VI

ลองดูหุ้น 6 ชนิดของปีเตอร์ ลินช์ ว่าคุณชอบหุ้นแนวไหน และถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มหาหุ้นตัวแรกของคุณกันเลย

หรือถ้าคุณอยากหาหนังสือหุ้นมาอ่านเพิ่มเติม ผมได้ลิสต์หนังสือดีๆ ไว้ให้คุณอ่านเรียบร้อยแล้ว

 

 

หนังสืออื่นที่คุณอาจสนใจ

พบกับหนังสือแปลจากญี่ปุ่น “เปลี่ยนคนธรรมดาให้มีหัวธุรกิจใน 3 ชั่วโมง” ซึ่งรวม “ทุกวิธีคิด” ในโลกธุรกิจไว้ครบในที่เดียว ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดที่ทันสมัยที่สุด  แค่ใช้เวลาอ่านไม่นาน คุณจะพัฒนาจากคนที่เริ่มต้นเรียนรู้ เป็นคนที่เข้าใจธุรกิจได้ลึกซึ้ง พร้อมเข้าใจการเงิน กลยุทธ์ และการตลาดของบริษัทต่างๆ ได้สบาย เหมาะกับทั้งคนที่เริ่มสนใจธุรกิจ และคนที่อยากเติมความรู้เก่าให้ครบถ้วน

เจาะลึกบทเรียนล้ำค่าที่ถูกเก็บเป็นความลับเฉพาะในหมู่นักธุรกิจและนักลงทุน ส่งตรงจากศูนย์กลางสตาร์ทอัพอันดับ 1 ของโลก

  • Airbnb บริษัทที่เคยขายอาหารเช้า แต่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสจนปฏิวัติวงการโรงแรมได้
  • Dropbox บริการฝากไฟล์ออนไลน์ที่ล้มผลิตภัณฑ์ของสตีฟ จอบส์ มาแล้ว
  • Twitch แพลทฟอร์มสตรีมเกมที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ แต่ทะยานสู่อันดับ 1 ภายใน 2 ปี

บริษัทเหล่านี้เปลี่ยนจากธุรกิจเล็กๆ เป็นยักษ์ใหญ่สะเทือนวงการได้ในเวลาอันสั้น แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า พวกเขาเป็นศิษย์ที่ร่ำเรียนมาจากสำนักเดียวกัน และคุณก็เรียนรู้วิธีคิดของพวกเขาได้ในหนังสือขโมยวิธีคิดสุดเจ๋ง จากสุดยอดโรงเรียนสอนสตาร์ทอัพ

 

บทความที่คุณอาจชอบยิ่งกว่า “เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี” The Millionaire Fastlane

หนังสือ “เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี” นั้นที่จริงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของอิสรภาพทางการเงินเท่านั้น มันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ แต่คุณยังต้องศึกษาวิธีนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีด้วย สนพ.บิงโกขอแนะนำหนังสือที่จะช่วยคุณ “ทำเงิน” โดยละเอียด ดังนี้

  • เรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก ได้ปล่อยหนังสือชื่อดังอีกเล่มมาที่ชื่อ Principles ซึ่งขายดีติดตลาดในเวลาไม่กี่วันที่วางแผง นักลงทุนทุกคนจะได้เรียนรู้ชีวิตจริงๆ ของชายที่ลงทุนมาทั้งชีวิตจนมีทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาท (18.4 พันล้านดอลลาร์)
  • ในโลกยุคปัจจุบัน เราไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมากมายสำหรับเริ่มต้นทำธุรกิจอีกต่อไป $100 Startup คือหนังสือที่จะพาคนอ่านไปรู้จักกับการเริ่มต้นทำธุรกิจแบบเล็กๆ ที่ฉีกกรอบความเชื่อแบบเดิมๆ ทิ้งไป

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *