สรุปหนังสือ Rework แหกทุกกฏการทำธุรกิจ รื้อทุกหลักคิดในการทำงาน

ผมขอออกตัวก่อนเลยว่าหนังสือ Rework เล่มนี้เป็นหนังสือธุรกิจที่ไม่เหมือนเล่มอื่น เรียบเรียงโดย Jason Fried และ David Heinemeier Hansson ผู้ก่อตั้งบริษัท 37Signal และเจ้าของโปรแกรมซอฟต์แวร์ช่วยบริหารจัดการงาน Basecamp ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยหลักคิดสวนกระแส ทั้งเรื่องการทำธุรกิจและการทำงาน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะสร้างธุรกิจหรือเป็นเจ้าของบริษัทที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว เมื่ออ่านเล่มนี้จบ คงต้องเก็บไปคิดต่อกันอีกหลายวันทีเดียว

ความจริงในโลกยุคใหม่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกวันนี้ใครๆ ก็ทำธุรกิจได้ เครื่องมือในการทำธุรกิจที่เคยไกลสุดเอื้อมกลับกลายเป็นของใกล้ตัว เทคโนโลยีที่เคยมีราคาเป็นหมื่น เดี๋ยวนี้กลับมีราคาเพียงไม่กี่บาท คนหนึ่งคนสามารถทำงานแทนคนสองสามคนได้ หรือบางกรณีทำแทนทั้งแผนกได้เลยทีเดียว เรื่องต่างๆ ที่เคยเป็นไปไม่ได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนี้กลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ มันเลยถึงเวลาที่คุณต้องทบทวนเรื่องการทำงานของตัวเองใหม่แล้วล่ะครับ

คุณจะได้เรียนรู้ 3 สิ่งสำคัญในบทความนี้

  • คุณจะเริ่มต้นธุรกิจในทันทีได้อย่างไร?
  • คุณจะใช้ประโยชน์จากความเล็กของธุรกิจได้อย่างไร?
  • วิธีใหม่ในการสร้างและดำเนินธุรกิจคืออะไร?

 

คุณไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนเยอะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ

ไม่มียุคไหนที่จะสร้างธุรกิจตัวเองง่ายเท่ายุคนี้อีกแล้ว

เมื่อคุณอ่านถึงตรงนี้แล้วคันไม้คันมือ อย่าเพิ่งรีบลาออกจากงานประจำมาเป็นทาสรับใช้ตัวเองสัปดาห์ละ 100 ชั่วโมงนะครับ ให้เริ่มจากหาเวลา 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มาทำงานตามไอเดียของตัวเองก่อน

คุณไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุนตั้งแต่ต้น ลองมองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือ (ฟรี) ที่คุณพอหาได้เพื่อเริ่มต้น จำไว้ว่าเงินลงทุนภายนอกเป็นทางออกสุดท้ายเท่านั้น เพราะนอกจากมันจะทำให้สัดส่วนหุ้นของคุณลดลงแล้ว แต่ละกระบวนการในการหาแหล่งเงินทุนก็กินเวลาอย่างมหาศาล รบกวนโฟกัสในการสร้างธุรกิจช่วงตั้งไข่มากๆ เลยล่ะครับ

 

หลายธุรกิจต้องการแค่แล็ปท็อป 1 เครื่องและไอเดียเจ๋งๆ สำหรับเริ่มต้น

 

พอตั้งบริษัทแล้ว จงทุ่มความพยายามทั้งหมดไปที่แก่นของธุรกิจ เพราะแก่นธุรกิจคือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปรอด มันควรจะเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา อะไรก็ตามที่ผู้คนต้องการในวันนี้และจะต้องการในอีก 10 ปีข้างหน้า นั่นแหละสิ่งที่คุณควรจะลงทุน

แก่นของ Amazon คือการจัดส่งที่รวดเร็ว ราคาไม่แพง แก่นธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่คนมักจะยินดีควักเงินให้เสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ถ้าคุณเปิดร้านขายไส้กรอก แก่นธุรกิจของคุณก็คือไส้กรอก เมื่อมีแก่นแล้วให้เปิดตัวทันที อย่ารอให้ทุกอย่างพร้อม อย่าใส่ใจรายละเอียดยิบย่อยในเบื้องต้น เพราะคุณสามารถเพิ่มมันได้ในภายหลัง

rework
amazon.com ขึ้นชื่อเรื่องการจัดส่งสินค้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แค่นี้ก็ส่งให้ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Jeff Bezos ทะยานขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกได้แล้วล่ะครับ

 

ประทับรอยไว้ในจักรวาล สร้างความพิเศษให้กับสินค้าของตัวเอง

คุณจะสร้างงานที่ยอดเยี่ยมได้ก็ต่อเมื่อคุณกำลังทำอะไรบางอย่างที่แตกต่าง และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สำคัญ วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดในการสร้างงานที่ยอดเยี่ยมก็คือ สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตัวคุณเองต้องการใช้ การแก้ปัญหาของตัวเองจะทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ

บางคนเริ่มต้นธุรกิจโดยมีเป้าหมายที่จะขายตั้งแต่วันแรก เหมือนกับเริ่มจีบสาวแล้วคิดว่ายังไงก็ต้องเลิกราในตอนท้าย นี่เป็นเรื่องไร้สาระมากๆ คุณควรเริ่มธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและหลงใหลมากกว่าความต้องการที่จะขายมัน

 

“สร้างเพื่อขาย คือเริ่มเพื่อจบ”

 

การสร้างจุดยืนที่มั่นคงให้กับผลิตภัณฑ์จะช่วยดึงดูดแฟนพันธ์แท้ให้กับธุรกิจของคุณ เจ้าของร้านขายแซนด์วิชแห่งหนึ่งในชิคาโกจะเปิดร้านตั้งแต่เช้า พอถึงช่วงบ่ายจะปิดทันทีเพราะขนมปังไม่อร่อยเท่าขนมปังอบเสร็จใหม่ๆ ในช่วงเช้า กำไรอีกแค่ไม่กี่บาทไม่คุ้มกับการขายของที่ไม่ภูมิใจจะขาย แล้วลูกค้าหน้าไหนจะกล้าปฏิเสธความทุ่มเทที่เจ้าของร้านอุทิศให้กับคุณภาพของอาหารล่ะครับ

 

การต่อต้านอะไรบางอย่างเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง การมีศัตรูทำให้คุณมีเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้บอกเล่ากับลูกค้า

  • Dunkin’ Donuts วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ต่อต้าน Starbucks แถมโฆษณาล้อเลียนสตาร์บัคส์ด้วยว่าใช้ภาษาอิตาลีปลอมๆ
  • Audi ก็ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับบรรดาผู้ผลิตรถหรูรุ่นเก่าอย่าง Rolls-Royce และ Mercedes Benz
  • Apple ก็ปล่อยหมัดรัวๆ ใส่ Microsoft ด้วยการโฆษณาเปรียบเทียบระหว่างผู้ใช้ PC กับ Mac
  • UnderArmour ก็สถาปนาตัวเองเป็นไนกี้สำหรับคนรุ่นใหม่

คุณจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับทั้งอุตสาหกรรมก็ยังได้ คนเราตื่นเต้นเมื่อเห็นความขัดแย้ง พวกเขาจะเลือกข้าง เกิดอารมณ์ร่วมไปกับสินค้า และนั่นคือวิธีช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของคุณครองตำแหน่งในใจลูกค้าทันที

คุณจะสถาปนาตัวเองเป็นขั้วตรงข้ามกับใครก็ได้ แต่ผู้เขียนไม่ได้บอกให้คุณสนใจคู่แข่งมากเกินไปจนครอบงำกลยุทธ์ธุรกิจของคุณนะครับ เช่น หากคุณเห็น Apple เปิดตัว iPhone XR แล้วตั้งเป้าว่าจะเลียนแบบ เท่ากับว่าคุณตามหลังคู่แข่งไปแล้วหนึ่งก้าว โฟกัสสิ่งที่ตัวเองทำนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่คู่แข่งทำ

 

ใส่เอกลักษณ์ลงไปในผลิตภัณฑ์ แบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณรู้

ถ้าบริษัทของคุณประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าจะต้องมีคนพยายามเลียนแบบ แต่คุณสามารถป้องกันตัวเองจากนักก๊อปเหล่านี้ได้ ด้วยการนำตัวตนของคุณใส่ลงไปในสินค้าหรือบริการ และเติมวิธีคิดที่ไม่เหมือนใครลงไปในสิ่งที่คุณขาย สร้างความพิเศษให้สินค้า

Zappos! ร้านขายรองเท้าออนไลน์มูลค่านับพันล้านเป็นตัวอย่างที่ดี รองเท้าผ้าใบของที่อื่นอาจจะไม่ต่างอะไรกับรองเท้าผ้าใบของแซปโปส์ แต่แซปโปส์โดดเด่นกว่าร้านเหล่านั้นในด้านการบริการลูกค้า ซึ่งเกิดจากความทุ่มเทและตัวตนของ Tony Hsieh ซีอีโอของบริษัทแห่งนี้

Tony Hsieh ซีอีโอของร้านขายรองเท้าออนไลน์ Zappos!

 

เมื่อคุณมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีลักษณะเฉพาะตัวและรักษาลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำได้ คุณก็สามารถแชร์ความรู้ทุกอย่างได้โดยไม่ต้องเก็บงำความลับใดๆ ไม่ต้องกลัวใครจะมาลอกเลียนแบบ เช่นเดียวกับเชฟชื่อดังที่เผยสูตรอาหารและตีพิมพ์ตำราอาหารที่ใครๆ ก็ซื้อและนำไปทำตามได้ วิธีนี้ช่วยประชาสัมพันธ์ตัวคุณเองด้วยในคราวเดียวกัน

บริษัทใหญ่ๆ มีเงินซื้อเวลาโฆษณาทางโทรทัศน์ช่วง Prime time ได้ในขณะที่คุณได้แต่ฝันถึง แต่คุณมีความรู้มากพอที่จะสอนแน่ๆ ลองสร้างบล็อก ทวีต ถ่ายวิดีโอ แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นี่แหละคือโอกาสที่คุณจะเอาชนะพวกบริษัทใหญ่ได้อย่างสวยงาม

อย่าแข่งด้วยเงินครับ แข่งด้วยความรู้แบบสมาร์ทๆ กันไป

 

ใช้ประโยชน์จากความเล็กให้มากที่สุด

ธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็กจำนวนมากอยากจะขยายบริษัทให้ใหญ่ขึ้นจนเป็นที่จับจ้องจากสื่อมวลชน แต่การเป็นองค์กรขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่ดีกว่าเสมอไป

ลองดูมหาลัยชั้นนำของโลกอย่าง Harvard และ Cambridge สิครับ คุณคิดว่ามหาลัยเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะขยายเปิดวิทยาเขตไปทั่วโลกเพื่อให้ความรู้กับผู้คนหลายแสนคนทุกปีหรือเปล่า? ไม่น่าใช่นะ มหาลัยเหล่านี้สะดวกใจในขนาดที่เป็นอยู่ตอนนี้

เมื่อสปอร์ตไลท์ไม่ได้ฉายมาที่คุณ คุณก็จะทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ได้ ต่อให้ทำเรื่องผิดพลาดมันก็คงไม่ฉาวโฉ่ไปทั่วโลก เช่นเดียวกับการแสดงบรอดเวย์ พวกเขาทดสอบการแสดงในเมืองเล็ก ๆ ก่อนที่จะมาเปิดแสดงที่นิวยอร์กเสมอ คุณก็ควรใช้ประโยชน์จากเงามืดในตอนเริ่มต้น เพื่อลองเสี่ยงทำทุกอย่างที่อยากทำโดยไม่ต้องกังวลว่าจะอับอายเพราะทำพลาด

ผู้กำกับต้องทดสอบการแสดงในเมืองเล็ก ๆ ก่อนที่จะมาเปิดแสดงที่นิวยอร์กเสมอ

 

ข้อดีอีกข้อของธุรกิจขนาดเล็กก็คือ คุณสามารถผลักให้พนักงานทุกคนไปอยู่แนวหน้าได้ ลองเปิดช่องให้พนักงานทุกคนมีโอกาสได้ฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าบ้าง เมื่อทุกคนต้องรับผิดชอบต่อความพึงพอใจของลูกค้า ทั้งทีมจะตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าธุรกิจขนาดเล็กเป็นแค่บันไดขั้นหนึ่งที่คุณจะก้าวผ่านไป แต่บางครั้งมันก็เป็นจุดหมายปลายทางได้เหมือนกัน ตราบใดที่ธุรกิจสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองและทำกำไรได้ดี

 

ทำน้อยให้ได้มาก พูดปฏิเสธให้เป็น

ถ้าคุณดูรายการ Kitchen Nightmares ของกอร์ดอน แรมซีย์ เชฟมือฉมัง คุณจะเห็นรูปแบบที่ชัดเจนบางอย่างนั่นคือ เมนูของร้านอาหารที่กำลังจะเจ๊งมักมีรายการอาหารมากเกินไป เพราะเจ้าของคิดว่าการใส่รายการอาหารทุกประเภทจะช่วยดึงดูดลูกค้ามากขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันกลับทำให้อาหารแต่ละจานคุณภาพแย่ลง

นี่เป็นเหตุผลที่กอร์ดอนเริ่มออกโรงปรับปรุงร้านอาหารด้วยการตัดทอนรายการอาหารในเมนูออกประมาณ 2 ใน 3 เป็นอย่างแรก

rework
ร้านอาหารของ Gordon Ramsay เป็นร้านอาหารในลอนดอนที่ครองรางวัลมิเชลิน 3 ดาวได้นานที่สุด

 

เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักพยายามลอกเลียนฟีเจอร์ทั้งหมดของผลิตภัณฑ์คู่แข่ง เพิ่มฟีเจอร์พิเศษอีก 1-2 อย่าง แล้วค่อยวางขาย หากลองคิดมุมกลับดูจะพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติน้อยกว่าก็มีข้อดี นั่นคือ มันใช้งานง่ายกว่า คุณสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการตัดบางฟีเจอร์ทิ้งและปรับปรุงฟีเจอร์ที่เหลือให้ใช้งานง่ายขึ้น

แกลเลอรีศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้จัดแสดงภาพวาดทุกชิ้นบนโลก แต่เลือกเฉพาะภาพที่อลังการงานสร้างเพียงส่วนหนึ่งมาจัดแสดงเท่านั้น

 

เมื่อคุณพบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ให้พิจารณาคุณสมบัติทั้งหมดว่าอันไหนควรตัดออก ถ้าคุณอยากจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คุณก็ต้องทำใจตัดบางอย่างทิ้งไปบ้าง

การรักษาความเรียบง่ายของผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคุณมีลูกค้าเยอะขึ้น คุณจะเริ่มได้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มเติมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งจากฝั่งผู้ใช้และจากสมาชิกในทีม ถ้าคุณตกลงยอมรับทั้งหมด งานจะกองสุมขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นสิ่งที่ต้องทำจริงๆ

หัดปฏิเสธเสียบ้าง แม้ว่ามันจะเป็นไอเดียที่ดีที่สุดของคุณเองก็ตาม ปฏิเสธเพื่อให้งานเดินไปทางที่ถูกต้อง อย่าเชื่อคำพูดที่ว่า “ลูกค้าถูกต้องเสมอ” เด็ดขาด อย่าคล้อยตามคำขอของลูกค้ามากเกินไป การทำให้ลูกค้าช่างติเพียงไม่กี่คนพอใจนั้นย่อมไม่คุ้มกับการทำให้ลูกค้าที่เหลือทั้งหมดไม่พอใจ

Henry Ford เคยกล่าวไว้ว่า

ถ้าผมมัวแต่ฟังความต้องการของลูกค้า ผมก็คงแค่หาม้าที่วิ่งเร็วขึ้นให้พวกเขา

อย่าเลียนแบบวิธีทำการตลาดและวิธีสื่อสารของบริษัทยักษ์ใหญ่

บริษัทมากมายใช้เงินมหาศาลในการโฆษณาและการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้คน ทุกวันนี้บริษัทฉลาดๆ มีวิธีดีกว่านั้นมาก แทนที่จะออกไปตามล่าหาลูกค้า พวกเขากลับทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเอง ฉะนั้นคุณควรเข้าถึงและสร้างฐานผู้ชมด้วยการพูด การเขียน สร้างบล็อค ทวีต ถ่ายวิดีโอ หรืออะไรก็ได้เพื่อแบ่งปันความรู้

ถ้าผู้ชมชอบสิ่งที่คุณบอกก็จะชอบสิ่งที่คุณขายด้วย วิธีนี้คุณจะได้รับความสนใจโดยไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท นี่แหละคือโอกาสที่คุณจะเอาชนะพวกบริษัทใหญ่ๆ ได้อย่างสวยงาม

 

อย่าแข่งด้วยเงิน ให้แข่งด้วยความรู้

 

บริษัทของคุณมีแผนกการตลาดหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว อย่าหลงคิดว่าคนเหล่านั้นเป็นคนกลุ่มเดียวที่ต้องรับผิดชอบด้านการตลาดของบริษัท เพราะการตลาดเป็นสิ่งที่ทุกคนในบริษัทกำลังทำอยู่ ทุกครั้งที่ส่งอีเมล รับโทรศัพท์ เขียนบล็อก และอัพเดตโซเชียล ล้วนเป็นการตลาดที่สร้างความผูกพันกับลูกค้ามากขึ้น

วิธีประชาสัมพันธ์สินค้าแบบเดิมคือส่งข้อความขายสินค้าไปให้นักข่าวเป็นร้อยๆ ที่คุณไม่รู้จัก และหวังว่าสักคนจะเขียนถึงคุณ ถ้าคุณต้องการให้ใครสักคนมาสนใจ นี่คงไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก

ลองโทรหาใครสักคนหรือเขียนข้อความที่เฉพาะเจาะจงถึงคนคนนั้นจะดีกว่า ถ้าคุณเคยอ่านบทความเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณทำอยู่ ลองติดต่อบรรณาธิการหรือผู้เขียนบทความนั้น บรรยายถึงธุรกิจของคุณด้วยความกระตือรือร้น  แล้วคุณจะได้รับการประชาสัมพันธ์ที่ดีจนเหลือเชื่อเลยล่ะครับ

 

สร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานสามารถสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา

หากคุณปฏิบัติต่อทีมงานเหมือนเด็ก คุณก็จะได้ผลงานแบบเด็กๆ ด้วย ผู้บริหารหลายคนยังให้พนักงานขออนุญาติก่อนใช้เงินบริษัทเพียงเล็กน้อยเสมอ การทำเช่นนี้เท่ากับว่าคุณกำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานไม่รู้จักใช้ความคิด เกิดความสัมพันธ์แบบเบื้องบนกับเบื้องล่าง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการตะโกนว่า “ผมไม่ไว้ใจคุณ” นั่นแหละ

การไม่ไว้วางใจพนักงานมีค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะคุณต้องเสียเวลาไปกับการกำกับดูแล ตรวจตรา และตัดสินใจแทนพวกเขา พนักงานที่ควรรับเข้ามาร่วมงานด้วยต้อง รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ ซึ่งพนักงานประเภทนี้จะเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับอิสระและความเชื่อถือจากหัวหน้าเท่านั้น

วัฒนธรรมปลอมๆ เป็นได้แค่สีที่ฉาบไว้ภายนอก แต่วัฒนธรรมแท้ๆ คือคราบสนิมที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

วัฒนธรรมองค์กรคือผลพลอยได้ของพฤติกรรมที่ทำมานาน วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นปุบปับนั้นไม่ใช่ของแท้ มันไม่ได้เกิดขึ้นจากการแถลงการณ์พันธกิจกับนโยบายต่างๆ หรือจากการจัดอบรมส่งเสริมความไว้วางใจระหว่างพนักงาน ฉะนั้นอย่ากังวลกับเรื่องนี้มากนัก อย่าบีบให้มันเกิดขึ้น เรื่องนี้ต้องใช้เวลาบ่มเพาะเท่านั้นครับ

 

อย่าวางแผนมากเกินไป จงปรับเปลี่ยนให้เร็วและตัดสินใจอย่างยืดหยุ่น

ข้อได้เปรียบสำคัญของบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งคือ ความรวดเร็วในการตัดสินใจ

การวางแผนคือการคาดเดา แผนธุรกิจก็เป็นแค่จินตนาการเท่านั้นเอง มีปัจจัยมากมายหลายอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นภาวะตลาด คู่แข่ง เศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตาม การร่างแผนธุรกิจทำให้คุณรู้สึกเหมือนจะควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ถ้ามัวแต่คิดวางแผนและผัดผ่อนการตัดสินใจออกไป ปัญหาที่คั่งค้างจะเริ่มกองสุมและอะไรที่กองสุมกันเอาไว้ก็มักจะถูกมองข้าม หรือถูกจัดการอย่างลวกๆ พอให้ผ่านไป หรือไม่ก็โยนทิ้งไปเลย ผลลัพธ์ก็คือ ปัญหาแต่ละอย่างที่กองรวมกันอยู่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

 

การทำงานโดยไม่มีแผนการอาจจะเป็นเรื่องน่ากลัว แต่การหลับหูหลับตาเดินหน้าตามแผนโดยไม่สนใจความเป็นจริงรอบตัวเลยยิ่งน่ากลัวกว่าหลายเท่า

 

พยายามบังคับตัวเองให้ตัดสินใจเรื่องต่างๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่ารอทางออกที่สวยที่สุด ตัดสินใจแล้วเดินหน้าต่อทันที ไม่ว่าคุณจะวางแผนอะไรมานานขนาดไหน ความผิดพลาดก็อาจเกิดขึ้นอยู่ดี อย่าทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีกด้วยการขบคิดวิเคราะห์นานเกินควร และอย่าถ่วงเวลาในการลงมือทำสิ่งต่างๆ

ผมไม่ได้หมายความว่า การคิดถึงอนาคตหรือการหาวิธีรับมือกับอุปสรรคเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ มันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากทีเดียวครับ เพียงแค่อย่ารู้สึกว่าคุณต้องหมกมุ่นอยู่กับมัน หยุดเสียเวลากับการคาดเดาล่วงหน้า แล้วหันมาตัดสินใจว่าคุณจะทำอะไรในอาทิตย์นี้ คิดให้ออกว่าสิ่งสำคัญลำดับต่อไปที่คุณต้องทำคืออะไร และเดินหน้าทำให้สำเร็จ

 

Productivity ไม่ได้เกิดจากการทำงานหลายชั่วโมง 

หลายคนเข้าใจว่า Productivity คือการทำงานนานๆ แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม พนักงานที่ดีจะยุ่งกับการใช้ชีวิตนอกที่ทำงาน พวกเขาจะทำงานหนักเพื่อออกงานตอนห้าโมงเย็น ส่วนพวกบ้างานที่อยู่เลทอาจจะส่งผลร้ายต่อประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร เพราะทำให้คนปกติที่ไม่ได้บ้างานรู้สึกผิดและขาดแรงจูงใจ

วิธีการรักษา Productivity ให้สูงนั้นเริ่มจากลดสิ่งรบกวนระหว่างทำงานของพนักงานให้น้อยลง คุณควรสร้างกฏในที่ทำงานเพื่อให้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันเป็นเป็นเวลาปลีกวิเวกที่ทุกคนจะทำงานโดยไม่มีสิ่งรบกวน

การรบกวนที่เลวร้ายที่สุดก็คือการประชุม บ่อยครั้งการประชุมถูกจัดขึ้นโดยไม่มีจุดประสงค์ ไม่มีวาระ หากต้องประชุมจริงๆ ต้องจบการประชุมด้วยทางออกสำหรับปัญหาและระบุตัวผู้ที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงทุกครั้ง

ทุกการประชุม สามารถตัดจบโดยใช้เวลาเพียงแค่ 7 นาที

 

ศัตรูอีกตัวหนึ่งของ Productivity คือ ความสมบูรณ์แบบ เมื่อคุณสามารถจัดการงานให้เสร็จสิ้นได้ด้วยคุณภาพแค่พอใช้ อย่าลังเลที่จะเลือกทางนั้น วิธีนี้ดีกว่าการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น อย่าลืมว่าคุณสามารถทำสิ่งที่อาจจะแค่พอใช้ได้ในตอนนี้ ให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมได้ในภายหลังเสมอ

ไม่มีใครชอบติดแหงกกับโครงการเดิมที่ยืดเยื้อไม่สิ้นสุด ลองสับโครงการขนาดใหญ่ออกเป็นงานชิ้นเล็ก ๆ และรายการสิ่งที่ต้องทำ เพิ่อให้พนักงานบรรลุเป้าหมายเล็กๆ แล้วชัยชนะย่อยๆ ตลอดเส้นทางจะช่วยรักษาโมเมนตัมและแรงจูงใจในตัวพนักงานได้อย่างยั่งยืน

 

จ้างคนเมื่อจำเป็นจริงๆ ทิ้งใบเรซูเม่ไปซะ เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง

บางบริษัทติดนิสัยชอบว่าจ้างพนักงานใหม่ บางแห่งถึงกับจ้างทั้งๆ ที่ยังไม่ต้องการคนเพิ่มด้วยซ้ำ เมื่อบริษัทเหล่านี้รับพนักงานเข้ามาเกินความจำเป็น ปัญหาจะเริ่มก่อตัวขึ้น คุณจะเริ่มสร้างงานเพื่อให้ทุกคนมีอะไรทำอยู่ตลอดเวลา งานปลอมๆ เหล่านี้นำไปสู่โครงการปลอมๆ ที่ไร้ความหมาย และนำไปสู่รายจ่ายรวมถึงความยุ่งยากวุ่นวายที่ตามมาเป็นพรวน

 

ใครจะเก่งแค่ไหนไม่สำคัญ ถ้าธุรกิจของคุณยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มคน คุณก็ไม่จำเป็นต้องจ้างใคร

 

จงรักษาทีมของคุณให้เล็กและคล่องตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อคุณคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องรับพนักงานเพิ่ม คนคนนั้นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่สร้างความปวดหัวอย่างยิ่งใหญ่ของบริษัทได้ หลีกเลี่ยงการว่าจ้างนักแจกงาน ให้จ้างคนที่ตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยตัวเอง

อย่าไปสนใจประวัติการศึกษามากนักนะครับ จำนวนปีของประสบการณ์ทำงานก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ลืมเนื้อหาในใบเรซูเม่ไปได้เลย ตรวจดูในจดหมายสมัครงานก่อน สังเกตวิธีการสื่อสารของผู้สมัครแต่ละคน

จงเชื่อมั่นสัญชาตญาณของตัวเอง

 

ผู้สมัครจะทำงานนั้นมานานแค่ไหนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือพวกเขาทำได้ดีแค่ไหนต่างหาก

 

แต่การสัมภาษณ์มีประโยชน์ก็เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น คนบางคนอาจจะพูดจาเหมือนมืออาชีพ แต่เอาเข้าจริงอาจทำงานไม่เหมือนมืออาชีพก็ได้ คุณต้องเห็นพวกเขาลงมือทำงานจริง ลองจ้างพวกเขาเข้ามาทำโครงการเล็กๆ ก่อน จะได้เห็นว่า พวกเขาตัดสินใจอย่างไร เข้ากับทีมของคุณหรือเปล่า คุณต้องตัดสินพวกเขาจากการกระทำนะครับ ไม่ใช่คำพูด

 

สรุปส่งท้ายก่อนวางหนังสือ Rework

การเริ่มต้นธุรกิจในวันนี้ทำได้ง่ายกว่าที่เคย ถ้าอยากปั้นธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องใส่เอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองลงในผลิตภัณฑ์ ใช้ประโยชน์จากความเล็ก สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ให้ความไว้วางใจและความเป็นอิสระแก่พนักงาน

เราทุกคนต่างก็มีไอเดียในหัว ไอเดียเป็นสิ่งที่ไม่มีวันตายและจะคงอยู่ตลอดไป แต่สิ่งที่จะไม่คงอยู่ตลอดไปก็คือแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจก็เหมือนกับผักผลไม้สด มันมีวันหมดอายุ ถ้าคุณอยากทำอะไรซักอย่าง คุณต้องลงมือทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะแรงบันดาลใจจะไม่รอคุณนานนัก รีบคว้ามันเอาไว้ จับให้แน่น แล้วนำมาใช้งานทันที

 

 หนังสือแนะนำเพิ่มเติม

หากคุณอยากเป็นคนทันโลก ทางสำนักพิมพ์บิงโกมีหนังสือเกี่ยวกับโลกเทคโนโลยีเล่มนึงอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ลิ้มลอง “ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี” ได้เรียบเรียงเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ให้คุณเข้าใจว่าโลกของเราหมุนอย่างไร และทำไมคุณต้องปรับตัว

หนังสือขายดีอันดับ #1 Amazon Business Best Seller จะมาบอกเคล็ดลับที่โรงเรียนไม่เคยสอนคุณ สู่ชีวิตที่มั่งคั่ง มีความหมายและเปี่ยมอิสรภาพ

2 thoughts on “สรุปหนังสือ Rework แหกทุกกฏการทำธุรกิจ รื้อทุกหลักคิดในการทำงาน

  1. โอ says:

    มีหนังสือ rework ขายไหมครับ จะมือหนึ่งหรือมือสองก็ได้อยากอ่านมากๆครับ ยังไงถ้ามีรบกวนอีเมล์มาหาผมทีนะครับหรือ
    line : ot55

  2. Pingback: สรุปหนังสือ How Google Works: วิธีทำงานที่ CEO กูเกิลอยากสอนคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *